เคล็ดลับ ดูแลรักษาถุงใต้ตา ให้หายแบบเร่งด่วน

เคล็ดลับ ดูแลรักษาถุงใต้ตา ให้หายแบบเร่งด่วน

ถ้าพูดถึง หนึ่งในปัญหาที่กวนใจคุณผู้อ่านหลายๆ คน แน่นอนว่า จะหลีกเลี่ยงปัญหาถุงใต้ตาไปไม่ได้เลยตา สำหรับดวงตาแล้ว เปรียบเสมือนหน้าต่างของดวงใจ อีกทั้งยังบ่งบอกถึงสภาพความสดใสของใบหน้าได้ดีอีกด้วย ถึงแม้ว่าเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ หากแต่ว่าถ้านำมาเปรียบเทียบกับสภาพโดยรวมของใบหน้าแล้ว ถ้าเกิดคุณมีถุงใต้ตาบวมขึ้นมา เพียงจุดเดียว ก็จะทำให้ใบหน้าโดยรวมของคุณนั้น แลดูโทรมเหมือนคนอดนอน ไม่สดใส ไม่สดชื่น ก่อเกิดทำให้บุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้

สำหรับวันนี้เราก็จะได้นำเคล็ดลับวิธีการดูแลถุงใต้ตา ให้หายไปทันที ทันควัน แบบเร่งด่วนมาฝากกันค่ะ

มาศึกษากัน ว่าถุงใต้ตาเกิดจากอะไร?

โดยอาการถุงใต้ตา ที่มีลักษณะเนื้อใต้ตา เกิดความบวมขึ้นมานี้ สามารถเกิดได้จากหลากหลายเหตุผลเลยทีเดียว เช่น…

  • เป็นไปตามวัย เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ความเต่งตึงของกล้ามเนื้อ ก็จะเริ่มเสื่อมสลาย ทำให้เนื้อเยื่อ รวมทั้งกล้ามเนื้อบริเวณใต้ตานั้น เกิดความอ่อนแอลง จนกระทั่งเกิดถุงใต้ตาขึ้นมานั่นเอง
  • อาการแพ้ เช่น เกิดการติดเชื้อในดวงตา หรือเป็นภูมิแพ้อากาศ เป็นต้น
  • แสงแดด โดยความร้ายของแสงแดด ไม่ได้ทำให้ผิวหนังของคุณเกิดความหมองคล้ำมากขึ้น เท่านั้น หากแต่ว่าแสงแดด ที่มีความรุนแรงเกินไปนั้น ยังส่งผลทำให้ผิวหนังของคุณแก่ชรา เร็วกว่าปกติอีกด้วย
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ แน่นอนว่าถ้าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดถุงใต้ตาขึ้นมา และก่อให้เกิดขอบตาดำคล้ำ
  • ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน, เรื่องเงิน, เรื่องแฟน, เรื่องเพื่อน หรือเรื่องต่างๆ ก็ตาม ถุงใต้ตานี่แหละ ก็จะเป็นปัจจัยที่สื่อถึง ความผิดปกติของร่างกายออกมาทางใต้ตาได้ เพราะฉะนั้นนอกจากจะดูแลสุขภาพภายนอกแล้ว สุขภาพภายใน และสุขภาพจิต ก็เป็นอีกสุขภาพ ที่คุณจำต้องใส่ใจ เพราะมีความสำคัญไม่แพ้กันเลย
  • ผิวแห้ง สำหรับคุณผู้อ่านที่ไม่ชอบดื่มน้ำ ก็จะทำให้ร่างกาย ไม่ได้รับความชุ่มชื้น เพียงพอถ้าคุณผู้อ่าน ปล่อยประละเลยตัวเอง ไม่ยอมดื่มน้ำอยู่เป็นประจำในทุกๆ วัน ผิวจะแห้ง และเมื่อจะแห้งแล้ว ถุงใต้ตาก็จะมาเยือนในที่สุด อีกทั้งยังทำให้ร่างกายขาดน้ำอีกด้วย

เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดถุงใต้ตาขึ้นมาแล้ว คุณมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก ไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่พบปะกับผู้คนคแน่นอนว่าคุณก็ต้องการหาทางที่เร็วที่สุด ในการลดถุงใต้ตา วันนี้เราก็ได้นำเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำกัน ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้เลยที่บ้านแบบง่ายๆ

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้อยไหม คลิก https://thecloverbeautyclinic.com/articles/ร้อยไหม-30-ข้อสงสัย/

ใช้ช้อนเย็นประคบ

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นบ้านไหนๆ ก็ต้องมีช้อนด้วยกันทั้งนั้น ก่อนอื่น ให้คุณนำช้อน ไปแช่ไว้ในช่องฟรีซประมาณ 10 – 15 นาที หรือถ้าคุณไม่มีเวลาจริงๆ ต้องการความรวดเร็วทันใจ ให้คุณนำช้อนไปจุ่ม ในน้ำที่มีน้ำแข็งใส่อยู่จนเย็นจัด นำช้อนจุ่มประมาณ 5 นาที หลังจากนั้น ก็นำมาประคบ นำด้านที่เป็นหลุมของช้อนนำมาครอบดวงตาไว้จนกว่าจะอุ่นขึ้นมา หลังจากนั้นก็ค่อยนำช้อนนั้น ไปแช่ในน้ำเย็นอีกครั้งหรือช้อนคันอื่น มาแปะที่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง ซึ่งวิธีนี้จะได้ผลดีมาก ช่วยทำให้หลอดเลือดเกิดการหดตัวลงอย่างฉับพลัน และช่วยลดอาการตาบวมได้อย่างเห็นผล

แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องมั่นใจว่าช้อนที่คุณนำมาใช้นั้น จะต้องมีความสะอาดนะคะ เพราะว่ามิฉะนั้นอาจจะทำให้ดวงตาเกิดการแสบหรือดวงตาติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจก่อนว่าช้อนนั้น ผ่านการทำความสะอาดล้างมาอย่างดีแล้ว

ถุงชา

สำหรับคุณผู้อ่านที่ดื่มชาอยู่เป็นประจำ เจ้าถุงชานี่แหละ นอกจากจะมีประโยชน์ของสมุนไพรอัดแน่นอยู่ในถุงแล้ว ก็ยังมีผล ในการช่วยทำให้ผิวหนังใต้ตาดีขึ้นอีกด้วย ให้คุณนำถุงชาไปชงในน้ำร้อน เมื่อได้น้ำชาออกมาตามที่ต้องการแล้ว ก็ให้คุณนำถุงชานี้ มาไปแช่ในช่องฟรีซประมาณ 10.00 น. หลังจากนั้นก็ให้คุณนำถุงชานั้น มาประคบที่เบ้าตาเป็นเวลา 10 – 15 นาที หรือทุกวันจนกว่าถุงชาจะอุ่น ก็จะช่วยทำให้ดวงตาของคุณดีขึ้นมากแล้วค่ะ

พืชผักผลไม้นานาชนิด

ถ้าคุณไม่ต้องการ ที่จะเสียเวลาในการแช่ หรือไม่ได้แช่เตรียมไว้ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมีแช่อยู่ในตู้เย็น และมีความเย็นอยู่ในตัว นั่นก็คือ พืชผักนานาชนิด สำหรับพืชผักที่สามารถนำมาประคบดวงตา เพื่อแก้ความบวมนี้ ได้ก็เดียวกัน เช่นแตงกวา หรือมันฝรั่ง ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดถุงใต้ตา และแก้อาการตาบวมได้อย่างชะงัดนักแล

นำแตงกวาแช่เย็นจัดมาหั่นเป็นแว่น ให้มีความบางนะคะ เพราะว่าถ้าหั่นหนา แตงกวาจะไม่เกาะอยู่ที่ดวงตานั่นเอง แต่แตงกว่าที่มีความบางนั้น เวลานำมาแปะ จะได้รับเรียบไปกับผิว ไม่ลื่นหลุดออกง่ายๆ หลังจากนั้นให้คุณหั่นแตงกวาให้สไลด์เป็นแว่น และนำมาวางบนบนดวงตาประมาณ 10 นาที

ส่วนมันฝรั่งเองก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ให้หั่นให้มีความบางเช่นกัน ถ้าคุณมีเวลาจะแปะนานสักหน่อยประมาณ 15-20 นาทีก็ได้ เพื่อให้ผลอย่างเด่นชัดที่สุด

ดื่มน้ำเยอะๆ

น้ำเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าคุณดื่มน้ำไม่พอ ถุงใต้ตาก็จะมาเยือน เพราะฉะนั้นนอกจากวิธีทั้งหลาย ที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นนี้ ให้คุณนำวิธีดื่มน้ำ มาผสมผสานเข้าไปด้วยก็ได้ เพื่อช่วยในการลดใต้ตาบวมได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง โดยคุณไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเป็นฤทธิ์จำนวนมาก ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที เพราะนอกจากคุณจะรู้สึกจุกรู้สึกทรมานไม่อยากดื่มแล้ว ก็จะทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อยครั้งจนเกินไป จนคุณรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องเดินไปปัสสาวะและจากนั้นก็จะไม่อยากดื่มน้ำอีกเลย

เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการเติมน้ำเข้าสู่ร่างกาย ก็คือ ให้ดื่มทีละนิดทีละหน่อยเรื่อยๆโดยวิธีที่ง่ายที่สุด ให้ตั้งเตือนการดื่มน้ำไว้ในโทรศัพท์ 2 ชั่วโมงอาจจะดื่ม 1 แก้วใหญ่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณ

นวดกดจุด

วิธีนวดกดจุดนี้ คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองเลย โดยถ้าคุณมีน้ำมันในการนวด ที่สามารถนำมาใช้กับใบหน้าได้อยู่แล้ว ก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เพียงนิ้วเปล่าๆ ก็ได้ค่ะ โดยวิธีนี้จะใช้เพียงนิ้วนาง เพราะว่าเป็นนิ้วที่มีความเหมาะสม อีกทั้งยังมีแรงน้อยที่สุด นำมากดจุดบริเวณใต้ดวงตาได้ดี วิธีกด คือ ให้กดนวดวนเบาๆ ไปเรื่อยๆ ช้า ๆไม่ต้องรีบ จุดละ 3 วินาที กดปล่อย/ กดปล่อย/ กดปล่อย ไล่ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่หัวตาไปยังหางตาจนครบ เป็นเวลาอย่างต่ำ ครั้งละ 1 นาที แต่ก็อย่ากดแรงมากเกินไปนะคะ เพราะว่าผิวหนังบริเวณใต้ตานั้น ค่อนข้างที่จะบอบบางและอ่อนแอเกินไป แทนที่ตาจะยุบอาจจะบวมกว่าเดิมได้ เพราะว่าเกิดอาการบอบช้ำนั่นเอง

 

ถ้าคุณผู้อ่านลองทำวิธีที่เราแนะนำมาแล้ว ยังไม่หายหรือหายในวันที่ทำ ถ้าคุณอยากจะให้ปัญหาใต้ตาบวมนี้ หายไปตลอดกาลเลย คุณก็สามารถใช้วิธีการทำหัตถการเข้ามาช่วยได้ เช่น การฉีดสารเติมเต็ม, การลดถุงใต้ตาด้วยคลื่นวิทยุ, การใช้ยาละลายไขมัน และวิธีอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็อยากขอให้คุณลองนำวิธี ที่เรานำมาแนะนำนี้เสียก่อน เพราะว่าเพื่อจะหายได้จริง และคุณผู้อ่านบางคนก็ต้องการที่จะใช้เวลาศึกษาในการทำหัตถการต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำ เพราะการทำหัตถการครั้งหนึ่ง ก็อยากให้เห็นผล และต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง จึงจำเป็นต้องเลือกให้ดีที่สุด อ่านบทความ thermage

สุดท้ายนี้ ขอให้คุณผู้อ่านมีความสุข ในการลบเลือนถุงใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ เพราะจะได้มีความมั่นใจในการออกไปใช้ชีวิตในทุกๆ วันไปเลย