You are currently viewing สิวหิน การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวหิน การดูแล รักษาและป้องกัน

หากพูดถึงปัญหาสิวที่สาวๆหลายคนพบบ่อยที่สุดและแก้ไม่หายสักทีก็ต้องยกให้ปัญหาสิวไปเลย เพราะสิวเป็นปัญหาผิวที่เกิดได้ง่ายเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาให้เกิดสิวอยู่เป็นประจำ และสิวประเภทหนึ่งที่สาวๆต้องเจอนั่นก็คือสิวหิน ซึ่งเป็นสิวที่พบบ่อยแต่จะไม่ค่อยเป็นอันตรายต่อผิวหน้ามากนัก แต่แน่นอนสิวเป็นสิ่งที่จะทำให้สาวๆขาดความมั่นใจนั่นเอง วันนี้เราเลยมีความรู้เกี่ยวกับสิวหินมาฝาก ไม่ว่าจะเป็น การดูแล การรักษา และการป้องกัน เรามาดูกันเลย

สิวหิน เกิดจากอะไร

ก่อนที่เราจะรักษาสิวหินให้หมดไปจากใบหน้าได้นั้นเราจะต้องรู้จักสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหินกันก่อน ซึ่งสิวหินที่เกิดขึ้นบ่อยๆนั้นมาสาเหตุดังนี้

1.พฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ ที่กระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อ จนมีการสร้างเซลล์ซึ่งนำไปสู่การเกิดเป็นเนื้องอกของสิวหินได้ ซึ่งโดยปกติก็เป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก เพราะในแต่ละวันเราก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลให้เหงื่อออกทั้งนั้น

2.พันธุกรรม หากคุณเป็นสิวหินบ่อยจนไม่รู้จะรักษายังไงให้ลองสังเกตคนในครอบครัวดูว่ามีใครเป็นสิวหินบ้าง หากคนในครอบครัวเป็นสิวหินการเกิดสิวหินในตัวคุณนั้นก็มักจะมาจากพันธุกรรมนั่นเอง

3.การมีโรคประจำตัว การมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคผิวหนัง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหินได้เช่นกัน ดังนั้นใครที่เป็นโรคประจำตัวเหล่านี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมจึงมักจะมีปัญหาสิวหินบ่อยกว่าคนอื่น

4.ไม่รักษาความสะอาดบนผิวหน้า นี่คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คุณต้องเจอกับปัญหาสิวหินอยู่บ่อยๆ เพราะการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นหากคุณไม่ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดอยู่เป็นประจำ สิ่งที่อาจเกิดบนใบหน้าคุณอาจไม่ใช่แค่สิวหินก็ได้ อาจเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบตามมาด้วย

5.การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายและมีผลต่อการเกิดสิวบนใบหน้าของคุณด้วย ดังนั้นการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์จะก่อให้เกิดปัญหาสิวหินได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นให้คุณหลีกเลี่ยงการทานอาหารจำพวกอาหารขยะให้มากที่สุด และเลือกทานแต่ผักผลไม้จะดีกว่า

วิธีการดูแลรักษา เมื่อเป็นสิวหิน

สิวหินแม้จะไม่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าของเรา แต่เราก็จำเป็นที่จะต้องรักษาเพื่อการมีสุขภาพผิวที่ดีพร้อมกับผิวหน้าที่เรียบเนียนนั่นเอง ซึ่งวิธีรักษาดูแลเมื่อเป็นสิวหินสามารถทำได้ดังนี้

1.รักษาด้วยเลเซอร์

สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาสิวหินมากจนทำให้ขาดความมั่นใจคุณสามารถรักษาให้หายได้ด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้แล้วมีประสิทธิภาพสูงมากใช้เวลาในการรักษาไม่นาน แต่หากใครที่กังวลว่าหลังทำเลเซอร์แล้วจะเป็นแผลคุณมั่นใจได้เลยเพราะปัจจุบันการทำเลเซอร์นั้นมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ทำให้การรักษาสิวหินด้วยเลเซอร์นั้นปลอดภัยมีแผลน้อยแน่นอน

2.รักษาด้วยเข็ม

หากคุณมั่นใจในตัวเองคุณสามารถรักษาสิวหินได้ด้วยตัวเองโดยการใช้ที่กดสิว แล้วนำด้านเข็มกดลงไปที่หัวสิวหิน จากนั้นให้ใช้อีกฝั่งกดเน้นๆอีกทีเพื่อให้หัวสิวด้านในดันออกมานั่นเอง แต่หากสาวๆคนไหนที่ไม่มั่นใจหรือไม่กล้าทำด้วยตัวเองก็ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาสิวหินด้วยวิธีนี้จะดีกว่า เพื่อลดการอักเสบและการบวมของผิวได้ด้วย

3.รักษาด้วยปูนแดง

เป็นวิธีรักษาสิวหินแบบบ้านๆแต่ต้องบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ได้ผลมาก โดยการนำปูนแดงมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาแต้มไว้บริเวณที่เป็นสิวหินทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง หัวสิวจะค่อยๆ หายไปเองโดยการแต้มปูนแดงนั้นคุณไม่ต้องถูแรงๆหรือออกแรงเพราะปูนแดงจะค่อยๆกัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกมาเอง

4.รักษาด้วยครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์

สาวๆคนไหนที่ไม่ชอบการรักษาที่ต้องเจ็บตัวคุณสามารถหาครีมที่มีส่วนผสมของสารเรตินอยด์มาทาบริเวณที่เป็นสิวหินได้เลย โดยทาทุกวันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะทำให้สิวอุดตันที่อยู่ด้านในหลุดออกมา แต่การรักษาสิวหินด้วยวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร และที่สำคัญต้องระวังการทาบริเวณรอบดวงตาด้วย

5.รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว

การรักษาสิวหินด้วยวิธีการผลัดเซลล์ผิวไม่ว่าจะเป็นวิธีธรรมชาติหรือการช้าสรเคมีก็ล้วนเป็นวิธีที่สามารถช่วยรักษาสิวหินให้หายได้เช่นกัน แต่หากใครที่พอมีเวลาว่างแต่ไม่อยากพบแพทย์เพื่อทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีก็ลองใช้สูตรธรรมชาติผลัดเซลล์ผิวดูได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำมะนาว มะขามเปียก น้ำผึ้ง หรือจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จก็ได้ หากคุณผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอสิวหินจะค่อยๆหายไปจนเหลือแต่ผิวหน้าที่ขาวใสเรียบเนียนแน่นอน

ป้องกันสิวหินได้อย่างไร

สิวหินส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุการเกิดมาจากสิ่งสกปรกตกค้างที่ผิวหน้าและทำความสะอาดไม่หมด รวมไปจนถึงการมีพฤติกรรมที่ไม่รักษาผิวหน้าด้วย โดยสิวหินนั้นมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆดังนี้

1.ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด

การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดเป็นวิธีแรกที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวหินได้เป็นอย่างดี เพราะอย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นแล้วว่าสิวหินเกิดจากสิ่งสกปรกบนใบหน้า ดังนั้นการที่คุณจะป้องกันไม่ให้เกิดสิวหินได้นั้นควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยการเช็คทำความสะอาดเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกต่างๆด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน และเช็คทำความสะอาดผิวอีกครั้งด้วยโทนเนอร์

2.ลดการแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง

เมื่อคุณเป็นสิวหินให้คุณหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและงดใช้เครื่องสำอางให้มากที่สุด เพื่อเป็นการพักหน้าและป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเกิดการสะสมของสิ่งสกปรกที่อาจเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ แต่ถ้าใครเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็อาจใช้วิธีการแต่งหน้าให้บางลง หรืออาจจะเลือกใช้เครื่องสำอางที่ดีต่อผิวมากกว่า โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันนั่นเอง

3.ใช้ครีมบำรุงผิวและครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีสูตรอ่อนโยน

โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารระคายเคืองผิว ปราศจากแอลกอฮอร์ เพื่อลดการเกิดสิวหินให้มากที่สุด และเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดสิวอื่นๆ ตามมาอีกด้วย ดังนั้นลองทำตามกันดู

4.หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน

หากเป็นไปได้ให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรอ่อนโยนมากที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่ทำร้ายผิวของคุณและไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวหินอย่างแน่นอน และที่สำคัญจะไม่ก่อให้เกิดสิวอื่นๆ เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบด้วย ดังนั้นก่อนจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน ก็ลองดูให้ดีก่อน

5.ทาครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบา

ครีมกันแดดที่คุณใช้จะต้องมีเนื้อบางเบา และต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารระคายเคืองต่างๆด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวหินและการอุดตันในรูขุมขุน ซึ่งครีมกันแดดทีเลือกใช้อาจเป็นครีมที่มีส่วนผสมชองสารสกัดจากธรรมชาติด้วยจะดีที่สุด เพราะไม่เป็นอันตรายกับผิวแน่นอน

สำหรับวิธีการดูแลรักษาสิวหินที่เรานำมาแนะนำนั้นอาจเป็นวิธีที่รักษาได้เพียงชั่วคราว สิวหินก็อาจจะกลับมาได้อีกเพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้สิวหินเกิดนั่นก็คือ การดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากที่สุด และที่สำคัญควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มากปัญหาสิวหินและปัญหาสิวอื่นๆก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่หากเกิดขึ้นมาแล้วคุณก็ควรดูแลสุขภาพให้ดีและพยายามรักษาสิวหินตั้งแต่เนิ่นก็จะช่วยให้เกิดสิวหินได้น้อยลงแน่นอน