สิวผด การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวผด การดูแล รักษาและป้องกัน

ใบหน้าหากเกลี้ยงเกลาไม่มีริ้วรอยไม่มีสิวอักเสบย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคนแต่หากไม่ได้มีสิ่งที่กล่าวมาแต่กลับกลายเป็นสิวเม็ดเล็กๆ กระจายเต็มหน้าคุณจะทำอย่างไร สิวที่น่ารำคาญไม่แพ้กันก็คือสิวผด เพราะจะขึ้นทั่วไปตามใบหน้าครั้นจะบีบก็กลัวทำให้หน้าพัง เราไปดูกันว่าสิวแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไร แล้วจะรักษาหรือมีแนวทางป้องกันอย่างไรไปดูกัน

สิวผด เกิดจากอะไร

สิวผดสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เป็นสิวผดได้นั่นเอง

1.ความร้อนและแสงแดด เพราะต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้หมดจนเกิดการอุดตัน แล้วการเป็นตุ่มเล็กๆ มักจะเกิดในช่วงหลังเที่ยงเป็นต้นไป และจะหายไปในช่วงเวลาที่อากาศเย็นเช่นช่วงเช้า และจะเป็นเยอะในบริเวณหน้าผาก

2.แพ้น้ำ แพ้เหงื่อ เมื่อมีอากาศร้อนมากๆ เหงื่อจะออกมาให้เห็นมากกว่าน้ำมันแต่ในน้ำเหงื่อก็มีน้ำมันเช่นกัน พอร้อนมากๆ บางคนก็อาจมีอากาศที่เรียกว่าแพ้เหงื่อขึ้นมาได้

3.มลภาวะทางอากาศ ในเมืองย่อมมีฝุ่นค่อนข้างมาก เพราะสถานที่ส่วนใหญ่เป็นตึกสูงเสียส่วนมาก ลมที่พัดมาจึงไม่สามารถพัดแล้วหายไป กลายเป็นเหมือนลมวนที่พัดเอาฝุ่นวนอยู่รอบตัวตลอดเวลา บวกกับความที่อากาศร้อนทำให้เกิดเป็นความสกปรกทำให้เกิดเป็นสิวผดขึ้นได้

4.เครื่องสำอางบางประเภท หรืออุปกรณ์การแต่งหน้าไม่สะอาด เครื่องสำอางค์ที่เป็นประเภทช่วยปกปิดทั้งหลายจะเป็นบ่อเกิดของสิวหลายๆอย่าง หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่คุณใช้แต่งหน้า หากไม่เคยทำความสะอาดและใช้ซ้ำๆอยู่แบบนั้นย่อมเป็นการเปิดโอกาศให้เกิดความอุดตันได้

5.ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เมื่อคุณไม่สบายภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะอ่อนแอลง ส่งผลให้การทำงานของร่างกายผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีสิวผดขึ้นตอนที่เราไม่สบาย

การรักษาสิวผด

ได้รู้สาเหตุแล้ว ก็มาดูกันสิว่า เราจะสามารถรักษาสิวผดได้อย่างไรบ้าง

1.ล้างหน้าอย่างถูกวิธี

การทำความสะอาดใบหน้านั้นความเป็นจริงควรทำแค่เพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้น คือเช้า และเย็น หากระหว่างวันรู้สึกร้อนมากจนทนไม่ไหวควรใช้แค่น้ำเปล่าล้างและเช็ดให้สะอาด ไม่ควรใช้สบู่ และไม่ควรล้างหน้ากับน้ำอุ่น ใช้น้ำอุณหภูมิห้องก็เพียงพอ หากคุณล้างหน้ามากจนเกิดไปจะยิ่งทำให้เกิดสิวผดได้มากขึ้นอีก และหากคุณเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายแต่อาจเป็นการออกในยิมที่ไม่สะดวกกับการอาบน้ำอย่างน้อยคุณก็ควรล้างหน้าให้สะอาดเสียก่อนที่จะกลับมาอาบน้ำที่บ้าน

2.เปลี่ยนพฤติกรรม

การที่คุณเป็นคนชอบสัมผัสใบหน้าตัวเองอยู่เรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนการกระทำแบบนี้เสีย เพราะการที่ต้องรักษาสิวไม่ว่าจะเป็นสิวอะไร มือนับว่าเป็นอวัยวะที่สัมผัสสิ่งสกปรกมากที่สุด ดังนั้นควรเลี่ยงการจับหน้าจับจมูกเช็คหน้า เช็ดเหงื่อโดยใช้มือเปล่า เพราะนอกจากจะดูไม่ดีแล้วยังเป็นการนำทางเชื้อแบคทีเรียต่างๆให้ไปสู่ใบหน้าได้มากขึ้นเช่นกัน

3.ทานอาหารที่มีประโยชน์

คุณควรเลือกทานอาหารที่มี แร่ธาตุสังกะสีให้มากขึ้นเช่น ตับ นม เนย หอยนางรม เมล็ดทานตะวัน ข้าวกล้อง มะม่วง เหล่านี้จะเป็นการบำรุงผิวให้มีสุขภาพที่ดี และต้องน้ำดื่มเปล่าให้เพียงพอต่อร่างกาย อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำจะทำให้ผิวไม่แห้งกร้านซึ่งจะทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นมาทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลดการเกิดสิวผดกันเถอะ

4.ดูแลร่างกายและจิตใจ

เพราะจิตใจที่แข็งแกร่งย่อมมาคู่กับร่างกายที่แข็งแรง หากคุณปล่อยให้มีความเครียดเข้าครอบงำ ร่างกายจะเกิดอาการต่างๆ ทั้งนอนไม่หลับสมองเบลอความจำไม่ดี และสิ่งที่ส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดเลยก็คือสิว ทันทีที่คุณมีความเครียดสังเกตได้ง่ายๆ เมื่อนั้นสิวจะเต็มหน้าคุณทันที

5.การใช้ยาคีโตโคนาโซน

เป็นยาที่ใช้กับผู้ที่เกิดสิวผดจากยีสต์ สิวประเภทนี้จะมองไม่ค่อยเห็นเพราะไม่มีอาการแดงเหมือนสิวผดแบบอื่นแต่หากได้มุมแสงที่พอเหมาะจึงจะเห็นได้ว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน ยาตัวนี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นยาที่อันตรายและใช้ภายนอกเท่านั้น

6.เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สิวผดไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมว่านหางจระเข้ หรือโรสแมรี่ ก็เป็นส่วนช่วยได้ทั้งนั้น หรือจะยาแบบที่ไม่มีสารสกัดจากสมุนไพรแต่อาจเป็นสารสกัดตัวอื่น แม้กระทั่งครีมกันแดด ซึ่งจำเป็นอย่างมากเพราะแสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่จะต้องหลีกเลี่ยง

7.ยาอะดาพารีน

ยาตัวนี้จะเป็นการดันสิวผดที่ไม่มีหัวให้หัวสิวโผล่ออกมาโดยปกติจะใช้ก่อนนอน ซึ่งก็ช่วยแก้ปัญหาสิวผดได้ดีมาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องพยายามเลี่ยงพวกสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวด้วยเช่นกัน จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

8.ผงชูชีพ มะนาว แป้งโยคี

ตัวนี้เป็นสูตรที่หาได้จากตามร้านขายยา ผสมทั้งสามอย่างให้พอทาหน้าได้ ล้างหน้าให้สะอาดซับหน้าให้แห้งแล้วทาส่วนผสมนี้ทิ้งไว้ โดยสูตรนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องโดยจะผลลัพธ์ประมาณ4-5เดือน โดยมะนาวจะเป็นตัวทำหน้าที่ผลัดเซลผิว ทำให้จุดด่างดำดูลดเลือนลงเหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน

9.ผงหอมศรีจันทร์

เพียงนำมาผสมกับโยเกิร์ตแล้วพอกทิ้งไว้30 นาที ทำทุกวันในรายที่มีผิวมัน ซึ่งตัวผงหอมศรีจันมีสรรพคุณช่วยในการรักษาสิวผดอยู่แล้ว สามารถนำมาผสมได้หลายอย่างแต่ที่ทำให้ได้ผิวเด้งด้วยจึงเลือกเป็นโยเกิร์ต

10.ปรึกษาแพทย์

หากคุณลองทำมาทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่ได้ผลคุณอาจตรงเข้าไปปรึกษาแพทย์ด้านผิวหนังเพื่อขอคำปรึกษาและแนวทางการรักษาได้เช่นกัน

11.ทำเลเซอร์

ในกรณีที่คุณมีกำลังทรัพย์และรู้สึกว่าไม่สามารถที่จะรอได้อาจทำเลเซอร์เพื่อรักษาสิวโดยตรง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นและยังสามารถทำทีเดียวได้ทั้งใบหน้า เพราะครีมและโลชั่นในปัจจุบันช่วยในการลดรอยจุดด่างดำได้ผลเร็ว จึงนิยมทำกันมาก

การป้องกันสิว

สำหรับใครที่ไม่อยากเป็นสิวผด ก็สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนไม่พอส่งผลให้เกิดความเครียดซึ่งจะกระทบกับการทำให้เกิดสิวโดยตรง ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดตาค้างนอนไม่หลับเสีย ก่อนนอนอาจทำสมาธิเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายจะได้หลับสบาย และหลับได้ลึกขึ้น

2.ครีมต่างๆ ควรใช้ที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก เพราะการเกิดสิวย่อมเกิดจากการที่ต่อมน้ำมันบนใบหน้าทำงานมากเกินไป ดังนั้นไม่ควรไปเพิ่มน้ำมันจากภายนอกให้กับใบหน้าอีก เลือกใช้พวกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลักจะดีที่สุด

3.มาร์กหน้าเพื่อป้องกันหน้ามัน มาร์กหน้าด้วยสูตรสมุนไพรต่างๆ หรือหากไม่สะดวกก็สามารถหามาร์กสำเร็จสำหรับคนผิวมันเพื่อช่วยให้ต่อมน้ำมันทำงานเป็นปกติ

4.ทำความสะอาดผิวหน้า ก่อนที่จะเกิดสิวคุณก็ต้องทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดหมดจด อย่าปล่อยให้มีสิ่งอุดตันรูขุมขน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเข้าก็จะก่อให้เกิดปัญหาสิวขึ้นได้

5.น้ำเกลือ หากรู้สึกว่าใบหน้ายังไม่สะอาดพอ สำหรับคนที่ไม่ชอบใช้โทนเนอร์อาจใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าร่วมด้วยเพราะน้ำเกลือจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ตกค้างได้ดี โดยการใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดหน้าให้ทั่วแล้วรอให้แห้ง เพียงแค่นี้ใบหน้าก็สะอาดแล้ว

เพราะฝุ่นและแสงแดดในทุกวันนี้อันตรายต่อผิวอย่างมาก ดังนั้นคุณควรใส่ใจผิวหน้าของคุณเพราะหากเกิดเป็นสิวขึ้นมาการแต่งหน้าก็ไม่สามารถอำพรางได้หมดและการรักษาก็ต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน ในขณะที่สิวก็ไม่ได้หายไปเลยแต่แค่จะยุบลงตามการรักษาของคุณเท่านั้นดังนั้นหากไม่อยากเสียเงินเสียเวลาควรจะต้องดูแลเอาใจใส่ผิวของตัวเองซะตั้งแต่เนิ่นๆ