สิวที่หน้าผาก การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวที่หน้าผาก การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวสามารถเกิดได้หลายที่ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหรือแผ่นหลัง หากใบหน้าก็จะเป็นจุดที่ขึ้นบ่อยมากๆ และยิ่งบริเวณทีโซนยิ่งเป็นได้มาก หากดูแลไม่ถูกวิธีจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ดังนั้นเรามีวิธีการดูแลคนที่เป็นสิวตรงหน้าผากมากๆมาฝากกันไปดูกันเลย

สิวที่หน้าผาก เกิดจากอะไร

โดยปรกติสิวจะเกิดจากการที่มีน้ำมันอุดตันรูขุมขนบวกับเซลล์ที่ตายแล้วตกค้างอยู่จึงทำให้เกิดสิวได้ แต่สิวที่หน้าผากนั้นนอกเหนือจากที่บอกไปก็ยังมีพวกสารเคมีต่างๆ เช่นยาย้อมผม ยาสระผม ครีมนวด การจัดแต่งทรงผม ต่างๆเหล่านี้ที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้

วิธีการรักษาสิวที่หน้าผาก

ใครที่เป็นสิวที่หน้าผาก ก็คงอยากจะรักษาสิวให้หายเร็วที่สุดใช่ไหม โดยเราก็มีวิธีการรักษามาแนะนำกันด้วย รับรองว่าทำแล้วได้ผลแน่นอน

1.การใช้ยาทา เป็นตัวยาที่จะช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน เช่น

ยาทาสิวปฏิชีวนะ เป็นตัวยาในกลุ่ม P.acne ซึ่งยาในกลุ่มเหล่านี้คุณไม่สามารถหาซื้อทานได้เอง ต้องมีการจ่ายด้วยแพทย์เท่านั้น หรือาจเป็นยาแต้มสิวที่มีตัวยาดังต่อไปนี้

  • เบนโซริกเพรอกไซ ยาทาที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและทำให้ผิวแห้ง ส่งผลให้น้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกไม่สามารถอุดตันในรูขุมขนได้ เป็นยาที่แพทย์ต้องดูแล เพราะค่อนข้างแรงและยาตัวนี้ยังใช้ในการทาแผลประเภทแผลกดทับอีกด้วย ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้
  • ยาทากลุ่มเรตินอยด์ เป็นยากลุ่มที่ช่วยเร่งผิวคุณให้เกิดใหม่และเร่งสร้างคอลลาเจน ช่วยต้านรอยเหี่ยวย่น และจุดด่างดำ และความเสียหายจากแสงแดด ซึ่งคุณจะต้องใช้เป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งแต่ผลที่ได้นั้นค่อนข้างดีมาก เพราะเป็นการสร้างผิวใหม่และปกป้องผิวในระยะยาว

2.เปลี่ยนยาสระผม

สิวบริเวณหน้าผากยังมีปัจจัยอื่นๆ รวมด้วย อย่างเช่น ยาสระผม ครีมนวดผม เพราะบริเวณหน้าผากจะสัมผัสกับผมได้โดยตรงหากใช้ยาสระผม ครีมนวดที่มีน้ำมันผสมมากๆ แล้วล้างออกไม่เกลี้ยงหรือไม่ได้เช็ดผมให้แห้ง ก็จะเกิดการสะสมของแบคทีเรียที่บริเวณหน้าผากได้ ยิ่งครีมนวดที่มีส่วนผสมของน้ำมันเมื่อใช้แล้วล้างออกไม่หมดหรือเช่นไม่แห้งเมื่อมีเหงื่อออกน้ำมันบนศรีษะก็จะไหลมารวมกันกับบนใบหน้าทำให้เกิดก่อตัวกลายเป็นสิวได้

3.งดบีบสิว

เมื่อมีสิวขึ้นที่หน้าผากและสิวนั้นอาจจะมีหรือไม่มีหัวก็ได้  แต่ตัวคุณเมื่อเห็นแล้วว่าเป็นสิว ก็เริ่มที่จะคันมือคอยแคะค่อยแกะอยู่ตลอดเวลาพอเผลอก็จะคอยลูบอยู่เรื่อยๆ มือเราเป็นตัวนำเชื้อโรคไปยังจุดต่างๆได้เป็นอย่างดี หรือบ้างทีมือจับสิ่งของที่มีฝุ่นแล้วไม่ได้ล้างมาบีบสิวคราวนี้จากที่เป็นสิวเม็ดเล็กๆ ก็จะกลายเป็นสิวเม็ดใหญ่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา และยังไม่ใช่แค่จุดเดียวแต่พาลเป็นไปทั้งหน้าผาก ลากไปยังส่วนอื่นๆของหน้าละก็รักษากันยาวเลย

4.ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน

ในชีวิตประจำวันคุณอาจมีการใส่เซรั่มประเภทที่ใส่แล้วไม่ต้องล้างเพื่อป้องกันเส้นผมแห้งแตกปลายอยู่เป็นประจำ แต่ลองสังเกตสักนิดสิว่าเจ้าเซรั่ม หรือแฮร์โค้ดที่ใช้อยู่มีส่วนประกอบของน้ำมันมากน้อยเพียงไร เพราะหากคุณกำลังรักษาสิวที่หน้าผากอยู่ละก็ขอให้เปลี่ยนยี่ห้อ หรืองดใช้ไปเสียก่อน เพราะน้ำมันที่เป็นส่วนเกินออกจากเส้นผมเมื่อมาเจอกับความร้อนและเหงื่อที่ออกมามากมายแล้วย่อมมีบ้างที่ไหลลงไปรวมกับน้ำมันบนใบหน้าจนอาจทำให้เกิดสิวขึ้นได้

5.บำรุงผิวให้ดีขึ้น

ในการรักษาสิวนั้นแพทย์จะแนะนำให้มีการบำรุงผิวให้ดีเสียก่อน ค่อยมามองเรื่องความขาวความเนียน เพราะการบำรุงผิวไม่ได้หมายความว่าจะต้องทาครีมบำรุงอย่างเดียว แต่อาจหมายถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเป็นการบำรุงผิวจากภายในเพื่อให้ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

การป้องกัน

ถึงแม้จะมีวิธีการรักษาสิวอักเสบให้หายได้ แต่จะดีกว่าไหมหากเราป้องกันไม่ให้เกิดสิวตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องมายุ่งยากกับการรักษาอีกนั่นเอง ซึ่งวิธีการป้องกันก็ไม่ได้ยากเลย เพียงทำตามวิธีดังต่อไปนี้ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่โดนใจอย่างแน่นอน

1.ลดการสะสมของเหงื่อบริเวณหน้าผาก

หากคุณเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอย่างมากเมื่อคุณทำกิจกรรมต่างๆ แล้วมีเหงื่อออกหากคุณปล่อยให้เหงื่อตกค้างในร่างกายทั้งที่คุณถึงบ้านแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะการปล่อยให้มีเหงื่อสะสมมากๆจะเป็นการทำให้เกิดสิว เมื่อคุณต้องล้างหน้าก็แนะนำให้ใช้คลีนเซอร์ที่ค่อนข้างอ่อนโยนกับผิวและล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นๆ เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยก็ควรเช็ดให้แห้งและไม่ควรปล่อยผมลงมาระบริเวณหน้าผาก ควรใช้ที่คาดผมหรือผ้าคาดศรีษะเวลาทำความสะอาดใบหน้าหากคุณมีผมหน้าม้าที่ไม่สามารถมัดได้ แต่หากคุณผมยาวพอละก็แนะนำให้มันรวบให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันความอับและหมักหมมที่หน้าผาก

2.พักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะความเครียดเป็นสิ่งที่สิวชอบ หากคุณเป็นคนที่นอนหลับพักผ่อนไม่พอ มีปาร์ตี้บ่อยงานก็ทำดึก นอนอีกทีก็ตีหนึ่งตีสอง ถ้ากิจวัตรประจำวันเป็นแบบนี้อยู่ตลอดเวลาแม้ว่าคุณจะเข้ารับการรักษาสิวกับแพทย์เชื่อเถอะว่าเมื่อรักษาเสร็จสิวก็ต้องกลับมาเป็นใหม่อีกแน่นอน ดังนั้นควรจะปรับเวลาเสียใหม่ก่อนนอนอาจดื่มนมอุ่นๆ หรือชาคาโมมายล์เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายและทำให้หลับสบายขึ้นลึกขึ้นไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก

3.อย่าอยู่ในสถานที่ร้อนจัดๆ หรือตากแดดเป็นเวลานานๆ

หากคุณรู้ตัวว่าต้องออกแดดแน่ๆวันนี้อย่างน้อยก็ควรทากันแดดที่เป็นสูตรน้ำสักนิดแล้วพกร่มที่ป้องกันแสงยูวีไปด้วยก็จะช่วยให้ผิวไม่เสียหายและไม่ต้องมีการสร้างน้ำมันขึ้นมาเยอะกว่าความต้องการ แต่หากมีสถานที่ที่สามารถหลบแดดได้เลยคุณควรเข้าไปอยู่ในตัวอาคารหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มใบที่หนาพอสมควรเพราะใต้ร่มไม้นอกจากจะเย็นแล้วยังไม่ออกซิเจนบริสุทธิ์ๆ อีกด้วย

4.งดการใส่หมวก

หากคุณเป็นคนติดการใส่หมวกก็ขอให้ได้มีการเปลี่ยนหมวกและมีการซักทำความสะอาดตากแดดเป็นประจำเพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมและสกปรก แต่หากเลี่ยงได้คุณควรเปลี่ยนจากการใส่หมวกเป็นการพกร่มที่ป้องกันแสงยูวีปัจจุบันร่มทำให้เป็นแบบพับได้ และลายน่ารักๆค่อนข้างมาก พกใส่กระเป๋าไว้ก็ไม่หนักหนาอะไร นอกจากจะช่วยป้องกันแสงแดดได้ยังไม่ทำให้หน้าผากต้องเสียดสีกับหมวกอีกด้วย

5.ไม่ทานหวาน

สาวๆกับของหวานเป็นสิ่งที่คู่กันแต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นสิวได้ง่ายควรลดละเสียเพราะน้ำหวานต่างๆ เค้ก หรือขนมหวานๆเป็นตัวการที่จะทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญน้ำตาลและยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวได้อีกด้วยไม่เพียงแต่ของหวานเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงของทอดต่างๆ อีกด้วย

6.ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผมต้องตรวจสอบเสียก่อน

หากคุณเป็นคนที่ดูแลเส้นผมอยู่ตลอดเวลาการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันมากๆก็อาจทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้ แต่ยังมีน้ำมันอยู่หนึ่งชนิดที่สามารถใช้กับเส้นผมได้และยังเป็นมิตรกับผิวอีกด้วย ก็คือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพราะตัวน้ำมันมะพร้าวมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวเช่นกันเมื่อนำมาทาผมนอกจากจะช่วยให้ผมไม่เสียเพราะแสงแดดแล้ว หน้าผากของคุณก็จะไม่มีการอักเสบของสิวอีกด้วย

เมื่อคุณได้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว การเกิดสิวก็ย่อมลดลงไปด้วย และหากคุณได้รับการรักษาจากแพทย์อยู่แล้วเมื่อจบการรักษาสิวก็ย่อมไม่มากรำกรายแน่นอน