สมุนไพรรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง และใช้รักษาอย่างไร

สมุนไพรรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง และใช้รักษาอย่างไร

ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่สาวๆ หลายคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากฝ้าเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ การอยู่กลางแดดนานๆ รวมทั้งการไม่ดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ดีด้วย แต่ปัญหาฝ้าก็ใช้ว่าจะเป็นปัญหาผิวที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้นะ เพราะการแก้ไขปัญหาฝ้านั้นสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ ที่เราเชื่อว่าทุกคนสามารถหากได้เองจากท้องตลาดหรือบางบ้านออาจจะมีอยู่ข้างบ้านแล้วก็ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาฝ้านั้นมีอะไรบ้าง และมีวิธีใช้อย่างไร

1.มะนาว

มะนาวเป็นสมุนไพรที่ทุกบ้านจะต้องมีติดในตู้ไว้อย่างแน่นอน และมะนาวนั้นก็มีสรรพคุณช่วยให้ผิวขาวใสได้อยู่แล้ว จึงทำให้มีคุณสมบัติช่วยรักษาฝ้าได้อย่างแน่นอน โดยมีวิธีใช้ดังนี้

  • เริ่มจากการบีบเอาน้ำมะนาวออกมา
  • ใช้สำลีชุบน้ำมะนาวทาบริเวณที่เป็นฝ้า ให้ทั่ว 1-2 นาที
  • ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งฝ้าจะค่อยๆลดเลือนและหายไปในที่สุด

2.ขมิ้น

ในขมิ้นจะมีสารชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยลดสารเนลามินบนผิวหนังได้ และมีคุณสมบัติช่วยลดฝ้าได้ด้วย ทำให้มีผิวขาวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติมากขึ้น และที่สำคัญยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย สูตรการใช้ขมิ้นรักษาฝ้าสามารถทำได้ดังนี้

  • ผสมขมิ้นผง 5 ช้อนโต๊ะ กับนม 10 ช้อนโต๊ะ เลือกใช้นมที่ไม่มีการแยกไขมันเนื่องจากจะเป็นนมที่มีกรดแลคตริคและแคลเซียม จึงสามารถช่วยให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวได้ดี
  • ผสมแป้งถั่วลูกไก่เพื่อให้ส่วนผสมมีความเข้มข้นขึ้น
  • เมื่อได้ส่วนผสมครบแล้วให้นำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่น ทำแบบนี้ทุกวันละครั้งฝ้าจะค่อยๆหายไป

3.ว่านหางจระเข้

จระเข้เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสได้ เพราะว่านหางจระเข้จะช่วยให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้วหลุดออกไปและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ วิธีใช้ว่านหางจระเข้รักษาฝ้าสามารถทำได้ดังนี้

  • นำว่านหางจระเข้มาขูดเอาเฉพาะเนื้อใสๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า โดยการนวดเบาๆประมาณ 1-2 นาที
  • ปล่อยทิ้งไว้ให้ว่านหางจระเข้แห้งบนใบหน้านาน 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • ทำแบบนี้เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ฝ้าจะต่อยๆหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์

4.อัลมอนด์

อัลมอนด์เป็นธัญพืชที่ได้จากธรรมชาติที่มีโปรตีนสูงมาก แค่เราทานอัลมอนด์ทุกวันผิวของเราก็จะขาวกระจ่างใสได้เช่นกัน ทำให้อัลมอนด์สามารถนำมาเป็นสมุนไพรช่วยรักษาฝ้าได้เป็นอย่างดดีเลยทีเดียว โดยวิธีการรักษาฝ้าด้วยอัลมอนด์ดังนี้

  • ผสมผงอัลมอนด์กับน้ำผึ้งในปริมาณที่พอเหมาะจากนั้นคนให้เข้ากันเสร็จแล้วให้นำส่วนผสมมาทาที่บริเวณที่เป็นฝ้า ปล่อยทิ้งไว้นาน 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นจากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดผิวให้แห้ง ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือสามารถทำได้จนกว่าฝ้าจะหายไป
  • อีกหนึ่งวิธีใช้อัลมอนด์รักษาคือ นำอัลมอนด์แช่ลงไปในน้ำนมให้ชุ่มแล้วนำไปบดให้ละเอียด เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า โดยแนะนำให้ทาก่อนเข้านอนและปล่อยทิ้งไว้จนเช้าแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ทำทุกวันฝ้าก็จะค่อยหายไปอย่างแน่นอน

5.มะละกอ

มะละกอเป็นพืชผัก ผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะในมะละกอมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีมากจึงส่งผลให้ผิวเผยผิวใหม่ที่ขาวสดใสกว่าเดิม ขั้นตอนการรักษาฝ้าด้วยมะละกอสามารถทำได้ง่ายๆดังนี้

  • เลือกใช้มะละกอสุกโดยนำมาขูดเอาเนื้อ จากนั้นนำไปผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะต่อมะละกอสุก1 ถ้วย
  • นำส่วนผสมที่ได้มาทาผิวบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้อย่างน้อย 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • หมั่นทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะค่อยเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

6.น้ำมันมะรุม

ในน้ำมันมะรุมนั้นจะมีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถผลัดเซลล์ผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน อีกทั้งน้ำมันมะรุมนั้นยังสามารถช่วยบำรุงผิวได้ด้วย วิธีใช้น้ำมันมะรุมรักษาฝ้ามีดังนี้

  • ใช้น้ำมันมะรุมทาบริเวณที่เป็นฝ้าทุกเช้า เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุมชื้นขึ้น กระจ่างใสเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะรอยดำจากฝ้า กระ จะค่อยๆจางลงอีกทั้งริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าก็จะค่อยๆลดเลือนลงอีกด้วย
  • ใช้น้ำมันมะรุมทาบริเวณที่เป็นฝ้าทุกวัน จะค่อยเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 3 สัปดาห์แรก และจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน

7.หัวไชเท้า

หัวไชเท้าอุดมไปด้วยวิตามินเอ สารไกลโคไซ จึงมีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหัวไชเท้ายังสามารถช่วยลดการอักเสบของสิวได้ด้วย และพร้อมที่จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เผยผิวขาวกระจ่างใสทุกเมื่อ วิธีใช้หัวไชเท้ารักษาฝ้าสามารถทำได้ดังนี้

  • นำหัวไชเท้าแช่เย็น 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับดินสอพอง 1 เม็ด น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีม
  • จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยนำสะอาด ผิวหน้าของคุณจะสดใส ชุ่มชื้นขึ้น แต่สูตรนี้เราไม่แนะนำให้ทำกับคนที่มีผิวบอบบาง และผิวแพ้ง่าย เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบได้

8.ใบบัวบก

ใบบัวบกจะมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้แข็งแรงขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น พร้อมกับยังสามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาดูดีขึ้นได้ ซึ่งวิธีการใช้ใบบัวบกรักษาฝ้าทำได้ดังนี้

  • นำใบบัวบก 1 กำมือ ผสมกับน้ำอุ่น 1 ถ้วย แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วให้กรองเอาแต่น้ำ
  • นำสำลีชุบน้ำใบบัวบกที่ได้มาเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้อย่างน้อย 15-20 นาที หรืออาจจะปล่อยทิ้งไว้จนกว่าจะแห้งก็ได้ จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือหากมีเวลาว่างก็สามารถทำทุกวันก็ได้ตามต้องการ แค่นี้ฝ้าก็จะค่อยๆ หายไปจนผิวกลับมาขาวใสเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

9.หอมแดง

หอมแดงมีฤทธิ์ช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้เป็นอย่างดี เพราะในหอมแดงนั้นจะมีสารกำมะถัน วิตามินซี อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย จึงสามารถผลัดเซลล์ผิวได้ดีมาก วิธีใช้หอมแดงรักษาฝ้าทำได้ง่ายดังนี้

  • นำหอมแดงไปล้างให้สะอาดแล้วนำมาฝานให้เป็นแผ่นบางๆ เสร็จแล้วให้นำไปแช่เย็นก่อนนำมาใช้
  • นำมาแปะไว้ที่ผิวบริเวณที่เป็นฝ้า 10 นาที แล้วล้างออกทำแบบนี้ทุกวันผิวที่เคยเป็นฝ้าก็จะหายไปอย่างแน่นอน

10.มะขามเปียก

สาร AHA และวิตามินซีในมะขามเปียกจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ ฝ้า รอยสิว จุดด่างดำต่างๆให้หายไปได้ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดสิวได้ด้วย วิธีรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกสามารถทำได้ดังนี้

  • นำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ข้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  • ล้างหน้าให้สะอาดจากนั้นก็นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้าปล่อยทิ้งไว้ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวจะขาวกระจ่างใสขึ้นเรื่อยๆ ทำเป็นประจำฝ้าจะหมดไปแน่นอน

ทั้งหมดนี้คือสมุนไพรธรรมชาติที่เราได้รวบรวมมาให้ศึกษาเพื่อนำไปใช้รักษาฝ้า กระต่างๆ ให้หายไปได้ ซึ่งแต่ละวิธีนั้นสามารถทำแล้วเห็นผลจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมดูแลผิวให้ดีด้วยการบำรุงผิวด้วยครีมที่มีคุณภาพด้วยนะ แค่นี้ปัญหาฝ้าและปัญหาผิวอื่นๆ ก็ไม่มากวนใจอย่างแน่นอน