You are currently viewing รักษาหลุมสิวอย่างไร ให้หน้ากลับมาเรียบเนียนใส

รักษาหลุมสิวอย่างไร ให้หน้ากลับมาเรียบเนียนใส

เมื่อปัญหาสิวกวนใจผ่านไปแต่สิ่งที่เหลือไว้คือความมือไวของคุณ เป็นร่องรอยที่ได้บีบสิวเอาไว้ เมื่อแผลหายกลับกลายเป็นหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียนทำให้หมดความมั่นใจเอาเสียดื้อๆ วันนี้มีการรักษาหลุมสิวทั้งแบบธรรมชาติและให้หมอช่วยมีอะไรบ้างไปดูกัน

หลุมสิวมีกี่ระดับ

หลุมสิวมีความเสียหายอยู่สามระดับ

  • ระดับแรกเป็นระดับตื้น ที่จะเห็นเป็นเพียงผิวหน้าที่ขรุขระกระจายอยู่ทั่วๆไป บนใบหน้า เพราะการอักเสบของสิวที่ยังไม่รุนแรงมากจนถึงขั้นกินเนื้อลงไปลึก แต่เป็นสิวที่อักเสบและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงได้หยุดความเสียหายไว้แค่ระดับตื้นๆ
  • ระดับกลาง เป็นรอยหลุมสิวที่กินความลึกแค่เพียงชั้นผิว แต่จะมีความลึกกว่าระดับแรกต้องรีบทำการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นานก็อาจกลายเป็นหลุมสิวที่รุนแรงขึ้นและรักษายากได้เหมือนกัน
  • ระดับลึก ร้ายแรง ซึ่งจะเห็นได้จากที่รอยมีความลึกเข้าไปค่อนข้างมาก หากปล่อยไว้สักพักอาจมีสิ่งสกปรกเข้าไปตกค้างได้เลย ซึ่งเป็นความลึกที่เป็นทางยาวเข้าไปและปากทางก็แคบ โดยหลุมสิวระดับนี้จะรักษาให้หายขาดได้ยากมาก และต้องใช้เวลาในการรักษานานมากทีเดียว

การรักษา

สำหรับวิธีการรักษาหลุมสิว ก็ไม่ได้ยากเลย โดยมีวิธีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่า

1.ทานยา

การทานยาเป็นการรักษาหลุมสิวในอันดับตื้นๆ ที่ไม่ร้ายแรงมากการรับประทานยาที่ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นยาที่ใช้ควบคู่กับปัญหาเรื่องสิว ตัวยาจะสกัดจากวิตามินเอ จะช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อสร้างผิวใหม่ แต่ตัวยาจะมีปัญหากับไขมันทั่วร่างกาย ตัวยาอาจทำให้เกิดอาการแห้งทั่วร่างกายจึงต้องเป็นแพทย์เท่านั้นจึงจะจ่ายยาประเภทนี้ได้ ดังนั้นควรไปพบแพทย์ก่อน อย่าซื้อยามากินเองเด็ดขาด

2.ทายา

หากเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้เองก็เป็นประเภทยาที่ใช้ลดรอยแผลเป็นที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด นั่นก็เป็นยาที่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

  • หยดกรดTCA กรดตัวนี้ต้องเป็นแพทย์ผู้กระทำการให้ เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้หลุมสิวเกิดการสร้างผิวใหม่ขึ้น หยดเพียงหนึ่งครั้งจะเห็นผลเป็นเวลา 3 – 6 เดือน หากแต่การหยดกรดตัวนี้จะส่งผลให้เกิดรอยด่างดำ ซึ่งอาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับตัวคุณได้
  • กรดวิตามินเอ อันนี้ไม่อันตรายเท่าTCA เพราะสามารถทาได้อาทิตย์ละ 2 ครั้งซึ่งคุณสามารถทาได้เองโดยที่คุณต้องไม่ใจร้อน เพราะเห็นผลได้ช้ากว่าแต่ผิวจะไม่สะเก็ดให้คุณกังวลเพียงทาตรงหลุมสิวก็จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีขึ้น
  • การลอกผิว การลอกผิวนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพราะเป็นการใช้กรดผลไม้อ่อนๆในการ ลอก เซลผิวชั้นบนออกและยังทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวมีการสร้างใหม่

3.ใช้เครื่องมือแพทย์

สำหรับการรักษาโดยใช้เครื่องมือแพทย์ ก็มีหลายวิธีเช่นกัน ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยม ดังนี้

  • การเลาะพังผืดใต้หลุมสิว แพทย์จะใช้เข็มพิเศษที่ทำมาเฉพาะแทงเข้าที่จุดที่เป็นหลุมสิวแล้วใช้ตัวเข็มค่อยๆตัดพังพื้นออกช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นและทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อเพื่อซ่อมแซมผิวที่เป็นแผล แต่ผู้ที่ทำการรักษาจะมีผิวหน้าที่เป็นสีม่วงเพราะช้ำจากการรักษาและหากคนไข้เคยมีการเป็นคีรอยด์อาจทำให้เกิดเป็นแผลเป็นนูนขึ้นได้
  • สกิน นิดเดิ้ล เป็นการใช้เข็มสะกิดบริเวณหลุมสิวเพื่อให้ตัวยาผ่านลงไปยังตัวหลุมสิวได้เลย ในสมัยก่อนคือการใช้ Dermaroller แต่ด้วยความที่ตัวอุปกรณ์รักษาความสะอาดได้ยาก จึงทำให้ อย.ไม่สามารถให้การรับรองได้
  • ฟิลเลอร์ การฉีดสารเติมเต็มก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับหลุมสิวระดับต้นกับระดับกลางเพราะจะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นและสารเติมเต็มยังไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวทำให้หลุมสิวเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย
  • การทำIPL เป็นการใช้คลื่นแสงที่เข้มข้นไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวซึ่งจะช่วยในการทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น แต่การใช้คลื่นแสงต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก เป็นหลุมสิวในระดับตื้นถึงระดับกลาง จึงจะได้ผลหากลึกกว่านี้ก็ไม่เห็นผล และหากใช้คลื่นไม่ชำนาญอาจส่งผลให้ใบหน้าไหม้ได้
  • การกรอผิวด้วยอัญมณี ในระดับหลุมสิวขนาดระดับตื้นและลึกปานกลางจะเป็นการกรอผิวซึ่งไม่ทำให้เกิดแผลเป็นขึ้น แต่การรักษาต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานและหลายครั้ง อาจไม่ทันใจใครหลายๆคนนัก

การรักษาด้วยเลเซอร์ มีถึง 3 แบบด้วยกัน

  1. แบบแรก เป็น การเลเซอร์ปกติที่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนให้ซ่อมแซมได้ปกติ เช่น เลเซอร์ Yag ซึ่งจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการทำ IPL แต่ข้อเสียคือการที่คุณจะมีแผลเป็นสะเก็ดและต้องพักฟื้นเก็บตัวไม่เจอแสงแดดเป็นสัปดาห์แต่ผิวหน้าจะเรียบเนียนเป็นอย่างมาก
  2. แบบที่สอง เป็น เลเซอร์ที่เรียกว่า Fractional Co2 เลเซอร์ตัวนี้มีความแรงค่อนข้างมาก หากแต่สามารถที่จะตัดพังพืดในแนวดิ่งได้ดีมาก แต่คุณต้องทำใจว่าการรักษาแบบนี้ทำให้หน้าคุณต้องพังเป็นเดือน เพราะผิวชั้นบนจะถูกทำลายค่อนข้างมาก แต่การสร้างคอลลาเจนก็ทำได้ดีเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นการรักษาที่เห็นผลค่อนข้างมากเลย
  3. แบบที่สาม เป็น เลเซอร์Fraxel ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงแต่ได้ผลที่ดีมาก หากแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องดังนั้นในแต่ละคอร์สจึงต้องมีการทำที่ 4 ครั้ง และคุณต้องเลี่ยงแดดอย่างเด็ดขาด ซึ่งนอกจากข้อกำหนดเหล่านี้ คุณเองก็ต้องรับความเจ็บปวดอย่างมากที่บริเวณใบหน้า เพราะอานุภาคของเลเซอร์จะเล็กมากทำให้ไปกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนได้มากเช่นกัน

การศัลยกรรม

เมื่อไม่ว่าวิธีไหนก็ไม่สามารถทำให้คุณหายได้ดังนั้นก็คงไม่พ้นพึ่งมีดหมอแล้วล่ะ เพราะการผ่าตัดจะเป็นการกรีดบริเวณหลุดสิวแล้วดึงขึ้นมาเย็บให้ติดกับบริเวณหนังรอบๆ เพื่อให้พื้นผิวเสมอกัน ซึ่งการผ่าตัดเองก็จะแบ่งเป็น 4 อย่างเพื่อการรักษาที่ตรงจุด แพทย์จะเป็นคนเลือกเองว่าต้องใช้การรักษาแบบไหนกับหลุมสิวระดับใด

ส่วนวิธีการที่ใช้สมุนไพรนั้นขอแนะนำให้ใช้ในตอนที่หลุมสิวยังใหม่ๆ จะได้ผลดีกว่า

1.ใบบัวบก ใช้ใบบัวบกประมาณหนึ่งกำมือ นำไปปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าไว้ หลุมสิวจะค่อยๆหายไปและใบบัวบกยังเป็นใบไม้ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติอีกด้วย นอกจากช่วยเรื่องหลุมสิวยังช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งอีกต่างหาก

2.มะละกอ สูตรนี้จะช่วยในเรื่องหลุมสิวที่ตื้น เพียงนำมะละกอที่สุกปอกเปลือกออกบดให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที มะละกอมีเอนไซน์ที่จะช่วยสมานแผลให้ติดกับและยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทำให้หลุมสิวหายได้นั่นเอง

3.น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เน้นว่าเป็นการสกัดเย็นจะดีที่สุด เพราะน้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้หลุมสิวนิ่มลงและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ กรดดรอลิกที่จะยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยให้ไม่เกิดสิว เพียงแค่ล้างหน้าให้สะอาดเช็ดหน้าให้แห้งแล้วทาน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้เช้าค่อยล้างหน้าปกติ แค่นี้หลุมสิวก็จะตื้นขึ้นแล้ว

4.ว่านหางจระเข้ เพราะมีสารช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังหดตัว ช่วยเรื่องการสมานผิวป้องกันการอักเสบ จึงทำให้หลุมสิวที่ลึกตื้นขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีรักษาหลุมสิว

หากใครสะดวกแบบไหนก็สามารถใช้วิธีนั้นได้ แต่ต้องดูด้วยว่าหลุมสิวของคุณนั้น ตื้นลึกขนาดไหน หากมีความลึกที่มากและลองด้วยวิธีธรรมชาติแต่ยังไม่ได้ผลควรที่จะปรึกษาแพทย์จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาแทนนั่นเอง