ฝ้าแดด การดูแล รักษาและป้องกัน

ฝ้าแดด การดูแล รักษาและป้องกัน

อย่างที่เราทราบกันว่าฝ้าแดดนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ สำหรับใครหลาย ๆ คน โดยถ้าฝ้าแดดเกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่รักษาได้หายากมาก โดยในแต่ละคน ก็อาจจะละเลยการดูแลตนเองในจุดนี้ไป จนกระทั่งทำให้เกิดฝ้าแดดขึ้นมาได้ สำหรับฝ้านี้ก็จะออกเป็นหลายประเภทเช่นเดียวกัน ส่วนฝ้าที่คนไทยมักจะเป็นมากที่สุด นั่นก็คือ ฝ้าแดด โดยเฉพาะอาชีพ ที่จะต้องออกไปทำงานในช่วงกลางวัน สัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานานในทุก ๆ วัน ก็จะทำให้เกิดฝ้าชนิดนี้ขึ้นมาอย่างแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยเดียว

เพราะฉะนั้นวันนี้ เราก็จะมาแนะนำวิธีการดูแลรักษา รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าบนใบหน้าของคุณขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้คุณมีความมั่นใจ ไม่ต้องแต่งหน้าปกปิด มีใบหน้าที่เรียบเนียนสวยอีกครั้งหนึ่งนั่นเองค่ะ

ฝ้าแดด เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

สำหรับฝ้าแดดนี้ เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน ในรูปแบบหนึ่ง ในยามที่ผิวหน้าของคุณนั้น เผชิญหน้ากับแสงแดดอันร้อนแรงเป็นระยะเวลานาน ผิวของคุณก็พยายามที่จะปกป้อง จึงเกิดการหลั่งสารเมลานินนี้ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และเมื่อเกิดฝ้าแดดขึ้นมาแล้ว ก็จะก่อให้เกิดเป็นลักษณะจุดที่เป็นสีที่เข้มกว่าในจุดอื่น ๆ มีความหนาแน่นของชั้นผิวต่าง ๆ ปรากฏขึ้นมาเป็นรอยสีน้ำตาลอ่อน, สีน้ำตาลเข้ม รวมทั้งสีอื่น ๆ ซึ่งความร้อนในประเทศไทยในระดับสูงนี้ จัดเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ชาวไทยทั้งหลาย เกิดเป็นฝ้าแดดขึ้นมา ซึ่งก็ต้องขอบอกเลยนะคะว่า การเกิดฝ้าแดดนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้น หากแต่เกิดจากที่ผิวสั่งสม จากการถูกทำลายมาเป็นระยะเวลานานแสนนาน ซึ่งด้วยวิทยาการทางการแพทย์อันทันสมัย รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ ก็สามารถรักษาฝ้ากระ ให้หายไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ที่เหลือนั้น คุณผู้อ่านก็จำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาตนเองร่วมด้วย เพื่อไม่ให้ฝ้าแดดนั้น กลับมาอีกครั้ง หรือไม่ทำให้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเองค่ะ

ฝ้าแดดมีกี่ชนิด?

สำหรับฝ้าแดดนี้ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่…

  • ฝ้าแดดที่มีลักษณะสีน้ำตาลอ่อน มีการกระจายตัวในพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นช่วงแรกของการเกิดฝ้า ซึ่งก็จะปรากฏขึ้น ในบริเวณชั้นผิวหนังกำพร้าเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ในขั้นตอนนี้ และรีบดูแลรักษาตัวเอง ด้วยการสครับหน้าเป็นประจำ รีบหาครีมกำจัดฝ้ามาทาอย่างเป็นประจำ รวมทั้งพยายามป้องกันใบหน้าตัวเองจากแสงแดด ฝ้าแดดประเภทนี้ ก็จะหายไปได้อย่างรวดเร็ว และดูแลรักษาได้หายง่ายมาก จนแทบจะหายเป็นปลิดทิ้งไปเลยทีเดียว
  • ฝ้าแดดที่มีลักษณะฝังตัวแน่นลึก ซึ่งเกิดจากการที่ฝ้าแดดปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว หากแต่คุณก็ยังไม่สังเกตเห็นหรือไม่ใส่ใจที่จะป้องกันตัวเอง และยิ่งออกไปเผชิญหน้าแสงแดดในทุก ๆ วัน ก็จะยิ่งทำให้ผิวหนังของคุณนั้น เกิดการสะสมมากขึ้น ๆ ไปอีก ซึ่งฝ้าแดดในลักษณะนี้ ก็จะลงลึกเข้าไปถึงชั้นหนังแท้แล้ว ซึ่งรักษาได้หายยากมาก จำเป็นต้องใช้การรักษาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งอาจจะไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% ก็ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาตัวเอง และการป้องกันตัวเองของคุณเป็นหลัก

วิธีรักษาฝ้าแดด อย่างเห็นผลได้จริง

สำหรับผู้ที่มีฝ้าแดดเกิดขึ้นมาแล้ว  ก็อย่ามัวแต่กังวลต่อไปกันอีกเลยค่ะ มาลงมือรักษากันดีกว่า เพราะยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ ฝ้าแดดก็จะยิ่งหายเร็วมากขึ้นเท่านั้น วันนี้เราก็มีวิธีทั้งจากธรรมชาติ และจากการใช้ยามาแนะนำคุณผู้อ่านกัน

พอกหน้าด้วยสูตรมะขามเปียก เมื่อพูดถึงมะขามเปียก แน่นอนว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คน ก็จะต้องนึกถึงส่วนผสมพอกหน้า ที่จะทำให้ใบหน้าเกิดความขาวใส โดยให้คุณนำน้ำมะขามเปียกที่คั้นออกมาแล้ว นำมาทาในบริเวณที่คุณเกิดฝ้าพร้อมทั้งมาร์คไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นค่อยล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการทาครีมรักษาฝ้า สำหรับวิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษาฝ้าแล้ว ก็ยังช่วยลดรอยจุดด่างดำ ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพียงแต่ว่าถ้าคุณไม่มีน้ำมะขามเปียกจริง ๆ จะเปลี่ยนเป็นใช้น้ำมะนาวคั้นสดก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

ทำหัตถการลอกฝ้าด้วยกรด TCA ซึ่งเป็นการทำหัตถการประเภทหนึ่งนะคะ ที่จะช่วยในการลอกฝ้าแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดว่าเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยอีกในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า พร้อมทั้งกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่อย่างไรก็ตามการลอกผิวหน้าด้วยกรด TCA นี้ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องทราบ ก็คือ ใบหน้าคุณจะยิ่งมีความไวต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะทำ ก็ต้องทำความเข้าใจพร้อมทั้งขอรับคำปรึกษากับคุณหมอ ก่อนที่คุณจะทำให้ดี ๆ เพื่อที่ว่าจะได้รับแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

รักษาฝ้าด้วยครีม เป็นครีมตัวยาที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน สำหรับครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนนี้ มีประสิทธิภาพดี ช่วยในการยับยั้งในการผลิตเม็ดสี ซึ่งจะส่งผลทำให้ผิวที่มีด่างดำจากฝ้าแดดนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงให้มีความขาวขึ้นมาได้ อย่างมีนัยยะสำคัญ หากแต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าไฮโดควิโนนนั้น จะให้ผลในการรักษาที่ดีเยี่ยม หากแต่ก็ต้องมีข้อควรระวังในการใช้ เพราะฉะนั้นในประเทศไทยของเรา จึงไม่ได้ขายกันให้ใช้ได้อย่างทั่วไป ถ้าคุณจะนำมาใช้ คุณจะต้องเข้าไปขอรับคำปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง และให้คุณหมอจ่ายครีมที่มีส่วนผสมของยาประเภทนี้ให้ และคุณจะต้องใช้ตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็สบายหายห่วงแล้วค่ะ

การฉีดเมโสหน้าใส ช่วยในการรักษาฝ้า ซึ่งก็จะเป็นการทำหัตถการประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน โดยคุณหมอจะใช้เข็มฉีดยา ผลักตัวยาเข้าไปในชั้นผิวหนัง โดยจะมีความลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร และจะต้องเข้ามาฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งก็จะช่วยทำให้ฝ้าแดดนั้นจางลงได้ แต่ถ้าฝ้าแดดของคุณนั้น มีลักษณะฝังตัวอยู่อย่างหนาแน่นมาก ก็อาจจะต้องผสมผสานควบคู่ไปกับการใช้วิธีอื่นร่วมด้วยนั่นเอง

วิธีป้องกันฝ้าแดด ที่คุณต้องรู้

คุณผู้อ่านหลาย ๆ คน มักมีความเข้าใจผิดคิดว่า คุณจะต้องป้องกันฝ้าแดด หลังจากที่ทำการรักษาเสร็จแล้วเท่านั้น ซึ่งขอบอกเลยว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดค่ะ เพราะว่าระหว่างที่คุณรักษาฝ้าแดดไปด้วย คุณก็จะต้องป้องกันตัวเองผสมผสานไปด้วย ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ได้ปรากฏเด่นชัด 100% แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็จะต้องหาวิธีในการป้องกันฝ้าแดดไปด้วยพร้อม ๆ กัน เพื่อเป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการรักษา เพื่อให้ผลดีที่สุดนั่นเองค่ะ สำหรับวิธีป้องกันฝ้าแดด แน่นอนว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าฝ้าแดดนั้น คุณจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ในช่วงที่มีความเข้มข้นสูง นั่นก็คือช่วงเวลาตั้งแต่ 10:00 น. จนกระทั่งถึง 15:00 น.

หากแต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องออกนอกบ้านในช่วงเวลานี้จริง ๆ คุณก็จะต้องหาวิธีรักษาดูแลป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ด้วยการทาครีมกันแดด ที่มีความเข้มข้นระดับ SPF 50 ขึ้นไป สวมหมวก, ใส่แว่นตากันแดด, สวมมาร์คหน้ากันแดด, กางร่มที่มีสารป้องกันรังสี UV, สวมเสื้อผ้ามิดชิดป้องกันแสงแดด และเสื้อผ้านั้นจะต้องมีความหนาแน่น หรือมีลักษณะเป็นเสื้อคลุม โดยก็จะช่วยทำให้คุณสามารถออกจากบ้านได้ในช่วงเวลากลางวันได้อย่างสบายใจมากขึ้น หากแต่ถ้าคุณไม่มีความจำเป็น ก็อย่านำใบหน้าของคุณ ไปตากแดดนะคะเพราะว่าอาจจะทำให้ฝ้าแดดนั้นหายยากกว่าเดิม หรือผู้ที่รักษาฝ้าแดดหายแล้ว ก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำอีกได้นั่นเองค่ะ

ฝ้าแดด สามารถหายได้ถ้าคุณพยายามรักษาเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ และพยายามดูแลตัวเองในทุก ๆ วัน เพราะฉะนั้นอย่าละเลยในการดูแลตัวเองนะคะ