ฝ้าเกิดจากอะไร ทำไมถึงมีฝ้าเกิดขึ้น พร้อมการดูแลรักษา

ฝ้าเกิดจากอะไร ทำไมถึงมีฝ้าเกิดขึ้น พร้อมการดูแลรักษา

ฝ้าเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เข้ามากวนใจสาวๆเป็นอย่างมาก เพราะฝ้าทำให้ผิวหน้าที่ขาวใสกลับกลายเป็นผิวที่ด่างดำทำให้ไม่หน้ามอง และยังทำให้สาวๆ หลายคนไม่มั่นใจอีกด้วย ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนถึงแม้ว่าคุณจะดูแลผิวเป็นอย่างดีแค่ไหนก็ไม่สามารถหนีปัญหาการเกิดฝ้าได้ เพราะฝ้ามีปัจจัยการเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน และที่สำคัญฝ้านั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่บริเวณแก้มเท่านั้นแต่ฝ้ายังสามารถเกิด ได้ตามหน้าผาก บริเวณคิ้ว ปาก ได้ด้วย เรามาทำความรู้จักกับฝ้ากันดีกว่าว่าฝ้าจริงแล้วเกิดจากอะไรกันแน่ และมีวิธีดูแลรักษาให้หายได้อย่างไร

ฝ้าเกิดจากอะไร

ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากหลายปัจจัยใจดังนี้

1.เกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง หรือเม็ดสีเมลานินมีการทำงานผิดปกติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกตินั้นมีสาเหตุมากจากการที่เซลล์เม็ดสีได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด หรือที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของรังสี UV นั่นเอง เมื่อเซลล์เม็ดสีได้รับรังสี UV เป็นประจำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดปัญหาผิวที่เรียกว่าฝ้าทันที อีกทั้งเมลิมินที่อยู่ใต้ผิวหนังก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นด้วยจึงส่งผลให้ผิวมีลักษณะเป็นสีดำอมน้ำตาลเกิดขึ้นตามบริเวณผิวหน้า

2.นอกจากนี้การมีความเครียดก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาฝ้าได้ด้วยเช่นกัน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายมาก ยิ่งเรามีความเครียดสะสมมากเท่าไหร่ฝ้าก็จะเกิดขึ้นมากเท่านั้น

3.การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การที่ร่างกายได้นอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ผิวของเราไม่ได้รับการพักผ่อนไปด้วยจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

4.ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนไปก็ก่อให้เกิดปัญหาฝ้าได้ด้วย เช่น การมีประจำเดือน การกินยาคุมกำเนิด การใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาฝ้าได้ทั้งสิ้น

ฝ้ามีกี่ชนิดอะไรบ้าง

ฝ้าที่เราเห็นและมักเกิดขึ้นตามบริเวณใบหน้าของเรานั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดด้วยกัน ดังนี้

1.ฝ้าตื้น

ฝ้าตื้นเป็นฝ้าที่เกิดความผิดปกติของหนังกำพร้าหรือผิวชั้นนอกนั่นเอง โดยฝ้าตื้นนั้นจะมีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม มีขอบสีที่ชัด ฝ้าตื้นเป็นฝ้าที่มีโอกาสเกิดขึ้นง่ายและสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ฝ้าชนิดนี้นั้นสามารถรักษาให้หายได้ง่ายจึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อเป็นฝ้าชนิดนี้แล้วจะรักษาไม่หาย และที่สำคัญยังใช้เวลาในการรักษาไม่นานอีกด้วย

2.ฝ้าลึก

ฝ้าชนิดนี้จะเกิดขึ้นบริเวณที่เป็นชั้นหนังแท้ โดยลักษณะทั่วไปของฝ้าชนิดนี้จะมีผื่นเป็นสีน้ำตาลผสมกับสีเทาเข้ม แต่จะมีขอบสีที่ไม่ชัดมากนัก เนื่องจากเป็นฝ้าที่อยู่ในระดับชั้นผิวหนังที่ลึกมากพอสมควร สำหรับการรักษานั้นจะยากกว่าฝ้าตื้นมากและต้องใช้เวลาในการรักษานานพอสมควรเพราะรักษายาก

3.ฝ้าผสม

ฝ้าผสมคือการเกิดผิวหนังเกิดทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกรวมกันเพราะเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เป็นฝ้าที่สามารถพบได้บ่อยและมากที่สุดในกลุ่มคนที่มักเกิดปัญหาฝ้าเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนการรักษานั้นก็จะมีความยากกว่าฝ้าชนิดอื่นๆอย่างแน่นอน

4.ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชนิดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด

ฝ้าชนิดนี้จะพบได้มากในคนที่มีลักษณะสีผิวที่เข้มมากซึ่งเข้มกว่าคนทั่วไป เช่น ชาวแอฟฟริกัน เป็นต้น การรักษาฝ้าชนิดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการวินิจฉัยว่าเป็นฝ้าชนิดไหนกันแน่ เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร

วิธีดูแลรักษาฝ้า

สำหรับวิธีการรักษาฝ้านั้นมีหลายวิธีด้วยกัน แต่อันดับแรกที่จะต้องทำก่อนรักษาฝ้าคือการวินิจฉัยก่อนว่าฝ้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝ้าชนิดใด และมีสาเหตุการเกิดมาจากสิ่งใด เพื่อให้ง่ายต่อการรักษานั่นเอง โดยการรักษาฝ้าทางการแพทย์นั้นจะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ

1.รักษาโดยการทายา

เป็นการรักษาที่สามารถใช้ได้ผลกับฝ้าชนิดตื้น โดยยาที่ใช้รักษานั้นจะมีดังนี้

  • ไฮโดรควิโนน
  • กรดอาซีลาอิก
  • กรดโคจิก
  • อนุพันธุ์ของวิตามินเอ

การใช้ยาชนิดนี้รักษาจะช่วยให้ฝ้าจางลง ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นและหายในที่สุดแต่อาจมีผลข้างเคียงคือ ผิวแดง ผิวลอกเป็นขุย จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ยา หรืออาจปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ดีที่สุด

2.การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เช่น

  • การลอกผิวด้วยการใช้สารเคมีในระดับตื้น เหมาะกับการใช้รักษาฝ้าชนิดตื้น วิธีนี้จะใช้กรดทำให้เซลล์ผิวหนังกำพร้าหลุดที่มีเม็ดสีมากกว่าปกติหลุดออกมา ทำให้ฝ้าจางลงจนไม่เหลือรอยดำบนใบหน้า
  • การลอกผิวด้วยสารเคมีในระดับลึก เหมาะกับการใช้รักษาฝ้าลึก เป็นวิธีการลอกผิวที่ใช้ในระดับลึกกว่าการรักษาแบบแรก การรักษาฝ้าด้วยวิธีนี้นั้นจะทำให้ผิวได้รับผลข้างเคียงคือ ผิวเกิดรอยดำ เป็นแผล และบวมแดงได้
  • ยิงเลเซอร์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรักษาฝ้า เพราะวิธีนี้จะทำให้ฝ้าดูจางลงได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังเป็นวิธีที่ทำให้ผิวได้รับการระคายเคืองน้อยที่สุด
  • การผลัดเซลล์ผิวด้วย D. เป็นวิธีที่จะทำให้หนังกำพร้าชั้นนอกหลุดออกมาอย่างรวดเร็ว แต่วิธีนี้จะเหมาะกับการใช้รักษาฝ้าชนิดตื้นมากที่สุด

ป้องกันการเกิดฝ้าได้อย่างไร

เราสามารถป้องกันผิวไม่ให้เกิดฝ้าได้ดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรง เพราะแสงแดดและรังสี uv เป็นสาเหตุทำให้เกิดฝ้า ดังนั้นเราสามารถป้องกันผิวไม่ให้เกิดฝ้าได้ง่ายๆด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง แต่หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้การป้องกันตัวเองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือการสวมใส่หมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อผ้าที่หนาๆเมื่อต้องออกแดด เพื่อลดการสัมผัสแสงลงมา เพียงเท่านี้ก็ลดการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดีแล้ว

2.ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปโดนแดดคุณควรป้องกันตัวเองด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะนอกจากผิวจะโดนทำร้ายจากรังสี uv แล้วยังสามารถโดนทำร้ายได้จาก แสงสีฝ้าจากคอมพิวเตอร์ แสงจากหลอดไฟ ได้ด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวคุณเกิดฝ้าได้ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลผิวให้ดีอยู่ตลอดเวลา

3.หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ เพราะเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้ผิวเกิดฝ้าได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดความผิดปกติคือมีรอยดำเกิดขึ้นที่ผิวหน้าให้หยุดใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นทันที และหากรู้สึกว่าคุณแพ้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางให้รีบปรึกษาแพทย์ทันทีเช่นกัน

4.การขัดผิวเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าได้ แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ค่อยมาใครทำ เพราะการขัดผิวจะก่อให้การระคายเคืองผิวค่อนข้างสูง ทำให้หลังการขัดผิวต้องใช้ความระมัดระวังในเรื่องของการสัมผัสแดดมากกว่าปกติ เนื่องจากอาจทำให้เกิดการอักเสบของผิวได้ง่าย อีกทั้งการขัดผิวนั้นเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับคนที่มีลักษณะผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย แต่มักใช้ได้ผลกับคนที่มีผิวแข็งแรงจึงทำให้การขัดผิวการป้องกันการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง

ดังนั้นนอกจากเราจะรู้สาเหตุและการดูแลรักษาให้หายแล้ว การดูแลผิวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝ้านั้นเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่นอน เพราะฉะนั้นทุกคนจึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพผิวให้ดีอยู่ตลอดเวลาทั้งก่อนเป็นฝ้าและหลังจากที่รักษาฝ้าหายแล้ว และพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสให้มากที่สุดแค่นี้ปัญหาฝ้าก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน