ครีมทาหน้าที่ดี ควรมีอะไรบ้าง และเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสม

ครีมทาหน้าที่ดี ควรมีอะไรบ้าง และเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสม

ถ้าพูดถึงการดูแลผิวหน้าของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าก็จะต้องมีเรื่องของการเลือกครีมทาหน้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดูแลตัวเองได้แบบง่าย ๆ ที่สุด และมีความประหยัด เนื่องจากว่าครีมทาหน้านั้นสามารถใช้ได้ในระยะเวลาที่ยาวนาน และสามารถทาได้ด้วยตัวเองจากที่บ้านในทุก ๆ คืน เพราะฉะนั้นหลาย ๆ คนที่เริ่มต้นอย่างจะเสริมสร้างความสวยงามให้ตัวเอง ก็จะเลือกผลิตภัณฑ์ทาหน้านี่แหละ มาปรนนิบัติผิว หากแต่ในปัจจุบันนี้เราก็ต่างรู้กันดีว่า ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการบำรุงผิวหน้านั้น มีมากมายหลายแบรนด์เลยทีเดียว

ครีมทาหน้าที่ดี ไม่ได้ดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว

ครีมทาหน้าที่ดี มีตั้งแต่ราคาถูกไปยันราคาสูงมาก ๆ ซึ่งความจริง ก็คือ บางครั้งผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง หลาย ๆ คน ก็อาจจะซื้อไม่ไหว หรืออาจจะลองเก็บเงินตัดใจซื้อมาแล้ว แต่พบว่าสิวเห่อขึ้นมา หรือมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ตามมา จึงทำให้เกิดความสับสนงงงวยว่า การที่ผลิตภัณฑ์ทาหน้ามีราคาสูง แปลว่ายิ่งมีประสิทธิภาพดีไม่ใช่หรือ? ซึ่งขอบอกคุณผู้อ่านเลยนะคะว่า ไม่ใช่เสมอไปค่ะ โดยหลักการในการเลือกครีมทาหน้าที่ดีนั้น อันดับแรกคือ จะต้องเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือมีการจด อย. ผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของประเทศไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด โดยได้รับการตรวจสอบแล้วว่า ไม่มีสารปนเปื้อนสิ่งอันตราย ถึงแม้ว่าจะมีราคาถูก เพียงแค่ราคาหลักต้น 100 กว่าบาทก็สามารถนำมาใช้ได้แล้ว ถ้าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นถูกกับผิวหน้าและสภาพผิวหน้าของคุณ สำหรับวันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีเลือกครีมทาหน้าที่ดีว่า จะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และจะต้องใช้อย่างไรให้มีความเหมาะสม กับผิวหน้าของคุณผู้อ่านที่แตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ

สภาพผิวของคุณเป็นอย่างไร?

ก่อนอื่นเลยคุณ ผู้อ่านต้องทราบว่าสภาพผิวของคุณนั้นเป็นอย่างไร เพราะอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า สภาพผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนมีลักษณะผิวแห้ง, ผิวมัน, ผิวผสม, ผิวมีริ้วรอยต่าง ๆ มีจุดด่างดำ, รอยแดง ที่ไม่พึงประสงค์เพราะฉะนั้นคุณจึงจำต้องเลือกผลิตภัณฑ์ ให้เข้ากับลักษณะผิวหน้าของคุณด้วย คำถามต่อมาก็คือ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า สภาพผิวหน้าของคุณนั้น เป็นผิวประเภทใด วันนี้เราก็มีวิธีทดสอบกันแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้ทิชชู่มาฝากกันค่ะ

อันดับแรกให้คุณนำทิชชู่มา 4 แผ่น ล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้ง และทิ้งใบหน้าไว้ 30 นาที หลังจากนั้นก็นำมาแปะไว้ให้ทั่วใบหน้า โดยแบ่งออกเป็น 4 บริเวณ ได้แก่… บริเวณหน้าผาก, แก้ม 2 ข้าง และคาง โดยให้คุณทำในสภาพห้องที่อุณหภูมิปกติ ไม่ต้องเปิดพัดลม หรือไม่ต้องเปิดแอร์ใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นก็รอประมาณ 15 – 20 นาที ก็เตรียมดูผลแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และมาดูคำตอบกันที่ด้านล่างนี้ได้เลย…

ทิชชู่ทั้ง 4 แผ่นนั้นหลุดออกทั้งหมด

แสดงว่า คุณมีผิวแห้ง พูดง่าย ๆ ก็คือ มีผิวที่แห้งผาก ไม่มีน้ำมัน หรือไม่มีความชื้นอยู่ในชั้นผิวเลยแม้แต่น้อย หรือถ้าจะมีก็มีน้อยมาก ๆ จนถึงขนาดทิชชู่นั้น ยังไม่อาจที่จะเกาะติดได้เลย ข้อเสียของผิวประเภทนี้ ก็คือ คุณมักจะประสบปัญหาผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย ผิวไม่มีน้ำมีนวล อีกทั้งยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น ๆ เพราะฉะนั้นให้คุณใส่ใจในการดูแลผิวของตัวเองให้หนักเสียหน่อย

ทิชชู่หลุดออกมาเฉพาะบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง

แสดงว่าคุณมีผิวผสม สำหรับผิวผสมนั้น จะเป็นลักษณะผิวที่มีความผสมระหว่างผิวแห้งกับผิวมัน นั่นเอง อธิบายง่าย ๆ ก็คือ จะมีความมันอยู่แค่บางจุดเท่านั้น ซึ่งพบได้ในบริเวณ T-ZONE ได้แก่… หน้าผาก, จมูก และคาง เป็นรูปตัว T ส่วนในบริเวณอื่น ๆ นั้นเป็นผิวแบบแห้ง เพราะฉะนั้นสิวก็มักจะขึ้นในส่วนที่เป็น T-ZONE อยู่มาก แต่ถ้าในอากาศแห้งใบหน้าของคุณ ก็จะมีความแห้งลอกเป็นขุยตามแก้มต่าง ๆ ทำให้บางครั้งเจ้าของผิวเกิดความสับสนได้

ทิชชู่เกาะติดแน่นไม่หลุดลงมาเลย

แสดงว่าคุณมีสภาพผิวมัน ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิวแบบนี้ ก่อให้เกิดสิวได้ง่ายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิวประเภทใดก็ตาม แต่ข้อดีของผู้ที่มีผิวมัน ก็คือ มีความชุ่มชื่น ซึ่งก็จะทำให้ผิวเหี่ยวช้าลง ปรากฏริ้วรอยต่าง ๆ ช้านั่นเอง

วิธีเลือกครีมสำหรับผิวประเภทต่าง

ผิวแห้ง

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งนั้น บางครั้งก็จะทำให้สภาพผิวแลดูไม่สดใส แห้งแล้ง ห่อเหี่ยว เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น ขาดน้ำ ขาดน้ำมัน ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงขอแนะนำ ให้คุณเลือกครีมทาหน้า ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะช่วยมอบความชุ่มชื้น ความอิ่มเอิบความอิ่มฟูจากน้ำมัน ให้แก่ผิวของคุณได้เป็นอย่างดี เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของเมือกหอยทาก, แตงกวา,น้ำนม เป็นต้น นอกจากนี้ เราขอให้คุณหลีกเลี่ยงการพอกหน้า, มาร์คหน้า หรือเลือกครีม ที่มีส่วนผสมของกรด AHA และ BHA ซึ่งจะมีส่วนกระตุ้นในการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งจะทำให้หน้าที่แห้งอยู่แล้วนั้นเกิดการลอกง่ายมากขึ้นกว่าเดิม และอย่าพยายามเลือกครีมที่มีส่วนผสมพิสดารมากนัก เพราะผิวแห้งก็มักจะเป็นผิวที่แพ้ง่ายได้อยู่แล้ว

ผิวผสม

สำหรับผู้ที่มีผิวผสมนั้น ก็อาจจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ 2-3 ตัว มาใช้ผสมผสานควบคู่กันไป แล้วแต่ว่า ณ ขณะนั้นคุณกำลังประสบกับปัญหาอันใดอยู่ เช่น ถ้าในช่วงนั้นผิวของคุณกำลังเกิดความแห้งแล้ง แนะนำให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ หรือถ้าในช่วงนี้คุณพบว่าผิวของคุณนั้น มีสิวขึ้นปะทะอย่างดุเดือด แถมผิวมันมาก ก็แนะนำให้ใช้ครีมที่ช่วยลดสิวเป็นหลัก ตลอดจนครีมลดรอยดำ รอยแดง ต้องมีติดไว้อย่าให้ขาด เพราะรอยที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ยิ่งอยู่นานยิ่งหายยาก แต่ถ้ารีบทาตอนที่ยังเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ จะหายค่อนข้างเร็ว สำหรับผู้ที่มีผิวผสม แนะนำให้คุณพยายามใส่ใจ ดูแลตัวเองให้มากกว่า ผิวประเภทอื่น ๆ เพราะว่าคุณจะต้องเลือกใช้ครีม ที่ตอบโจทย์กับสภาพผิวของคุณ ณ เวลานั้นเอง

ผิวมัน

สำหรับผู้ที่มีผิวมันนั้น จะเป็นผู้ที่มีผิวมีสิวขึ้นเยอะได้ง่ายมาก ขึ้นยังไม่พอบางครั้งการกำจัดสิว ด้วยการ กด, แกะ, เกาต่าง ๆ ก็จะก่อให้เกิดรอยดำประทับฝังแน่นเป็นระยะเวลายาวนาน คราวนี้ต้องแต่งหน้ากลบกันอย่างไม่หวาดไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำ ให้คุณซื้อครีมที่ช่วยลดความมันส่วนเกิน ครีมรักษาสิว ครีมลดรอยดำต่าง ๆ พยายามหลีกเลี่ยงครีมที่ประเภทเป็นเนื้อครีมแบบข้น ๆ แน่น ๆ เพราะอาจจะยิ่งก่อให้เกิดสิวมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้พยายามหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นน้ำมัน ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทที่เราจะแนะนำ ก็คือ เซรั่ม, น้ำตบ, โทนเนอร์ Essence เป็นต้นเพราะว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะมีลักษณะเป็นน้ำ ที่มีความเบาบาง ทำให้ไม่อุดตันรูขุมขนใบหน้า และช่วยลดในการเกิดสิว ทำให้ผิวกระจ่างใส ได้ดียิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านจำไว้นะคะว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีตัวหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะสม และไม่ดีกับสภาพผิวของคุณก็ได้ เพราะว่าสภาพผิวของแต่ละคนนั้น มีความแตกต่างกันไป หลังจากนี้ให้คุณพยายามสรรหาผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดโดยที่คุณอาจจะไม่ต้องกังวล ในเรื่องของราคาที่อาจจะสูงจนเกินไปนัก เกินกำลังจะเอื้อมถึง หรือถ้าคุณ มีทุนทรัพย์มากคุณจะเลือกซื้อครีมแบรนด์ดังไปเลยก็ได้ค่ะ ทั้งนี้ก็ขอให้คุณสวยสมวัย อย่างมีความสุข และในเรื่องของสภาพผิวก็สวยสมใจตามที่ต้องการนะคะ