You are currently viewing ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังทำ

สำหรับการทำฟิลเลอร์ จัดเป็นชื่อเรียกของการทำหัตถกรรมประเภทหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นชื่อเรียกของสารประเภทหนึ่ง ที่นำมาทำหัตถกรรมประเภทเดียวกันด้วย ซึ่งฟิลเลอร์นั้นมาจากสารเติมเต็มที่เรียกว่า Hyaluronic Acid มีชื่อเรียกย่อว่า HA โดยเป็นสารที่มีความเป็นธรรมชาติมากๆ สารตัวนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของ Collagen โดยมนุษย์มี Collagen อัดแน่นอยู่แล้วภายใต้ชั้นผิว

สำหรับจุดประสงค์ของการฉีดฟิลเลอร์นี้ ก็คือ ช่วยทำให้เกิดการเติมเต็มเข้ามาเสริม ในส่วนที่ผิวหนังนั้นมีปัญหาขาดตกบกพร่องไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ หลุมบ่อตื้นลึกต่างๆ ผู้เข้ารับบริการบางคน ที่มีแก้มตอบทำให้หน้าดูโทรม หรือมีอายุก็สามารถใช้การฉีดสารฟิลเลอร์ฉีดแก้ม ทำให้อิ่มเอิบขึ้นมาได้ หรือผู้เข้ารับบริการที่มีลักษณะคางทู่ คางตัด ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ในการปั้นรูปคางขึ้นมา ให้เป็นรูปร่างตามแบบที่ต้องการได้เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งจะทำ ฟิลเลอร์ นี้จะมีขั้นตอนอย่างไร มีการเตรียมตัว และการดูแลตัวเอง หลังจากทำมีความเข้มงวดมากหรือไม่ วันนี้เราก็ได้นำข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านกันแล้วค่ะ

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องเตรียมตัวอย่างไร

ผู้เข้ารับบริการจะต้องเตรียมใบหน้าของตัวเอง ให้มีความสมบูรณ์พร้อม สำหรับผู้เข้ารับบริการที่มักจะปรากฏร่องรอยของโรคผื่นที่ใบหน้าอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และกำลังอยู่ในช่วงที่ผื่นกำเริบพอดี แนะนำว่าให้ปรึกษากับคุณหมอที่ช่วยในเรื่องของการรักษาโรคภูมิแพ้ก่อนดีกว่า เพื่อให้เขาวิเคราะห์ว่าใบหน้าของคุณนั้น สามารถทำการฉีดฟิลเลอร์ได้หรือไม่ หรือเขาอาจจะจ่ายยามา เพื่อช่วยในการรักษาผื่นไม่ใช่กำเริบ เพื่อที่จะทำให้การฉีดฟิลเลอร์นั้น ส่งผลดีสมบูรณ์มากที่สุด

แต่ถ้าคุณ ไม่เคยปรากฏร่องรอยผื่นบนใบหน้าเลย ไม่มีปัญหาอะไรเลย ก็สามารถเข้ามาฉีดได้ทันที หากแต่ว่าก็พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะทำให้แผลนั้น เกิดการอักเสบหรือลักษณะหรือหายตัวเองช้าได้นั่นเอง ก็คือให้ งดยาและวิตามินอาหารเสริมต่างๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่เขาจะเข้ามาฉีดฟิลเลอร์ พยายามงดใช้ครีมที่มีคุณสมบัติ ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว งดเลเซอร์ รวมทั้งงดการขัดถูหน้าอย่างรุนแรง เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะเข้ามาทำหัตถการนอกจากนี้จะต้องงดการดื่มแอลกอฮอล์อีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ระบบภายในของร่างกายมีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งก็จะทำให้หลังจากที่คุณทำหัตถการไปแล้ว แผลจากอาการบวมช้ำน้อยหายเร็วขึ้นนั่นเอง

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์มีความน่ากลัวหรือไม่?

สำหรับคุณผู้อ่านหลายๆ คน ที่อาจจะไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนเลย ก็อาจจะเกิดความกังวลว่า การฉีดฟิลเลอร์นี้เจ็บมากหรือไม่ ต้องฉีดนานขนาดไหน เพราะกังวลว่าตนเองจะไม่ไหว ก็ขอบอกเลยว่าการฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่คิดแน่นอน โดยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ตามปกติทั่วไปแล้วคุณหมอจะใช้ระยะเวลา 10 – 15 นาที ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาใต้ตานั้น ต้องได้รับการเติมเต็มมากหรือน้อยแค่นั้นเอง โดยขณะที่คุณหมอทำการฉีดสารฟิลเลอร์ เข้าไปในใบหน้าของในจุดต่างๆ บนหน้าของคุณ ก็อาจจะรู้สึกเสียวหรือเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ ไม่ทรมานแน่นอนค่ะ ขอให้อดทนนิดหนึ่งนะคะ เพื่อความสวย

หลังจากนั้นเมื่อฉีดเสร็จแล้ว คุณหมอก็จะให้ผู้เข้ารับบริการนอนพักสักครู่หนึ่งเพื่อทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปนั้น เกิดการเช็ดตัว หลังจากที่พักได้ที่แล้ว ผู้เข้ารับบริการ ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย ไม่ว่าจะเป็นการกลับบ้านไปเดินช็อปปิ้ง ดูหนัง ไปเรียนต่างๆ เป็นต้น โดยผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากหลังการฉีดฟิลเลอร์ไม่ค่อยพบบ่อยมากเสียเท่าไหร่นัก โดยผู้เข้ารับบริการบางคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ดูแลตัวเองดี มีการเตรียมตัวมาอย่างถูกต้อง ตามที่เราได้กล่าวไว้ในข้างต้น ก็จะไม่ปรากฏ เพียงแต่ว่าอาจจะมีรูเข็มเล็กๆ เพียงเท่านั้นแต่ว่าสามารถแต่งหน้าเพื่อกลบรอยนี้ได้

นอกจากนี้ผู้เข้ารับบริการบางคนที่มีผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย ดูแลตัวเองมาไม่ครบอย่างที่เราได้กล่าวไว้ ก็จะพบว่ามีอาการปวดบวม มีความดันปรากฏขึ้นมา แต่ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะว่าอาการเหล่านี้จะอยู่แค่ 1-2 วันเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยทีเดียว

เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก

การฉีดฟิลเลอร์นั้น สามารถเห็นผลได้ทันทีที่ฉีด แต่จะเห็นผลเพียง 30 – 40 % เท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 4-5 วันจึงได้มีการปรับตัว ให้เข้ากับกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น และหายบวมเรียกได้ว่าเข้าที่แล้ว ก็จะได้เห็นผล 100% เต็มทันทีเลยหลังจากนี้ถ้าคุณผู้อ่านยังเกิดความไม่พอใจ อยากเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตามที่ต้องการ โดยอายุของฟิลเลอร์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์ รุ่น ราคา และรวมทั้งการดูแลตัวเองของผู้รับเข้ารับบริการด้วย

ถ้าคุณผู้อ่านไม่ค่อยดูแลตัวเอง มากเท่าไหร่นัก ก็อาจจะอยู่ด้วยกัน 8 เดือน – 1 ปี แต่ถ้าคุณเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพมีราคาค่อนข้างสูงหน่อย บวกกับการดูแลตัวเองที่ดี ใช้งวดแรกก็จะสามารถคงอยู่บนใบหน้าของคุณได้อย่างยาวนาน 1-2 ปีเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ต้องกังวลว่า จะก่อให้เกิดสารตกค้าง ก่อให้เกิดโรคที่ไม่พึงประสงค์อะไรหรือเปล่า จะสามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย 100%

วิธีดูแลรักษาตัวเองหลังจากให้ทำการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว

  • สำรับในช่วง 2-3 วันแรก ฟิลเลอร์กำลังเช็ดตัว ให้เข้ากับเนื้อเยื่อของคุณอยู่นั้นเอง จึงยังไม่ควรออกกำลังกายที่มีระดับหนักเกินไป รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพราะจะยิ่งทำให้รอยแดง ที่เกิดจากการเติมฟิลเลอร์นั้น แดงมากขึ้นไปอีก นอกจากนั้นไม่ควรไปสัมผัสกับใบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าฟิลเลอร์อาจจะเคลื่อนตัว ย้ายที่ไปที่ส่วนอื่นได้
  • ให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อเป็นการช่วยทำให้ฟิลเลอร์แสดงประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรก เนื่องจากว่าฟิลเลอร์เป็นสารประเภทหนึ่ง ที่อุ้มน้ำได้ดี เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำเปล่าสะอาด ก็จะช่วยทำให้ฟิลเลอร์ สามารถอยู่ได้นานขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยทำให้ผิวใต้ตาเช็ดตัวได้ดี อีกทั้งยังมีความเรียบเนียน ไปกับผิวหน้า ทำให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย พยายามงดยาหรือวิตามินอาหารเสริมต่างๆ ที่ส่งผลทำให้เลือดออกได้ เช่น วิตามิน E เป็นต้น
  • ไม่ให้น้ำไปโดนหน้า ไปสัมผัสกับความร้อนทุกข์ประการ ไม่ว่าจะเป็นการสตรีม, การอบซาวน่า, การทำเลเซอร์, การอาบน้ำ, การล้างหน้า ด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เนื่องจากว่าความร้อนนั้น สามารถส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะว่ามันเป็นเพียงแค่ 2 สัปดาห์แรกเท่านั้น หลังจากนั้นคุณก็สามารถไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย และคุณสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

สำหรับวิธีการดูแลตัวเองก่อนหลังฉีดฟิลเลอร์รวมทั้งขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ ที่ฟังดูแล้วไม่น่ากลัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ทำให้เลิกกังวลไปได้เลย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนที่มีโรคประจำตัว แนะนำว่าให้แจ้งต่อคุณหมอด้วยเพราะว่าคุณหมอจะได้รับทราบ และทำให้ผู้อ่านมีความปลอดภัยมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีเป็นโรคประจำตัวที่แลดูอาจจะเหมือนเล็กน้อยเพียงแค่ไหนก็ตาม ก็ต้องบอกทั้งนั้น รวมทั้งคุณมีประวัติการใช้ยาชา หรือประสบปัญหาเลือดออกง่าย หรือเปล่า รับประทานยาที่มีฤทธิ์ในการสลายลิ่มเลือดมาก่อน หรือเปล่าเป็นต้น เพราะฉะนั้นนอกจากคุณจะหวังพึ่งฝีมือของคุณหมอ และสารฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพดีแล้ว เราขอแนะนำให้คุณพยายามดูแลตัวเอง พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลให้คุณหมอทราบนะคะเพื่อที่ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด