กระแดด การดูแล รักษาและการป้องกัน

กระแดด การดูแล รักษาและการป้องกัน

ปัญหาผิวหน้าและผิวส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตามเราเชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดกับผิวหนังของตัวเองอย่างแน่นอน โดยเฉพาะปัญหากระแดดเพราะกระแดดนั้นไม่ได้ทำให้ผิวของคุณเป็นจุดด่างดำเท่านั้น แต่กระแดดเป็นปัญหาผิวที่ทำร้ายผิวเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้ผิวหน้าและผิวบริเวณอื่นของคุณอาจเกิดความหมองคล้ำไปด้วย วันนี้เราเลยมีวิธีการดูแลผิวเมื่อเกิดปัญหากระแดด การรักษาและการป้องกันไม่ให้เกิดกระแดดมาฝาก จะมีวิธีไหนบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

กระแดดเกิดจากอะไร

ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดกระแดดนั้นมักจะมีสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดกระแดดนั้นมาจากการสิ่งเหล่านี้

1.เกิดจากการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต จากแสงแดด รวมไปถึงสงเทียมจากเตียงอาบแดดในปริมาณที่มากจนเกินไปทำให้สารเคมีเคราติโนไซท์ที่อยู่ในเซลล์ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสารเคมีดังกล่าวนั้นมีหน้าที่ผลิตโปรตีนเคราติน เมื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้ขนาดรูปร่างการทำงานในส่วนต่างๆของร่างกายเปลี่ยนไป

2.เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันต่ำ บุคคลที่ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยจนได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ การบำบัดภูมิคุ้มกัน หรือเคยเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก็สามารถมีโอกาสที่จะเป็นกระแดดได้เช่นกัน

3.การมีผิวขาวที่เกิดจากกรรมพันธุ์ และมีตาสีฟ้า สีเขียวหรือสีอ่อนก็มีโอกาสเป็นกระแดดได้เพราะบางครั้งกระแดดก็มีสาเหตุการเกิดมาจากกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน ดังนั้นบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าวควรสังเกตุผิวของตัวเองบ่อยเพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดกระแดดได้ง่ายมาก และที่สำคัญคุณจะต้องไม่ละเลยการดูแลผิวให้ดีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอด้วย

4.ผู้ที่มีแนวโน้มถูกแดดเผาผิวหนังได้ง่าย หรือผู้ที่เคยมีผิวหนังไหม้มาก่อนก็ง่ายต่อการเกิดกระแดดได้เช่นกัน อย่างเช่นผู้ที่ทำงานกลางแดดทั้งวัน หรือผู้ที่ต้องเจอแดดบ่อยๆก็มีโอกาสเกิดกระแดดได้

5.เกิดจากการไม่ดูแลผิวตัวเองให้ดี แน่นอนว่าการดูแลผิวนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากและทุกคนจะต้องดูแลผิวให้ดีด้วย หากคุณละเลยการดูแลผิวเมื่อไหร่ผิวหนังส่วนต่างๆของคุณก็มีสิทธิเป็นกระแดดได้ เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อคุณต้องออกไปสัมผัสแดดบ่อยๆ คุณจะต้องป้องกันตัวเองและต้องไม่ละเลยที่จะบำรุงผิวหนังอย่างสม่ำเสมอด้วย

อาการแสดงเมื่อเป็นกระแดด

สำหรับใครที่เป็นที่เป็นกระแดดนั้นจะมีอาการที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะอาการของกระแดดนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะรอยบนหนังศีรษะ ใบหน้า ปาก คอ แขนและมือ ซึ่งรอยที่เกิดจากกระแดดนั้นจะมีลักษณะหนา เป็นสะเก็ดหรือรอยนั้นอาจจะมีพื้นผิวที่นูนขึ้น ส่วนขนาดของรอยที่เกิดจากกระแดดก็จะมีขนาดเท่ากับก้อนยางลบที่ก้นดินสอ ส่วนสีของรอยกระแดดนั้นก็จะมีสีที่แตกต่างกันออกไป เช่นสีชมพู สีน้ำตาล สีแดง หรือบางครั้งก็อาจจะมีสีเหมือนกับสีของผิวหนังปกติ

นอกจากนั้นในบางคนที่เป็นกระแดดนั้นอาจจมองไม่เห็นรอยกระแดดเลย แต่จะสามารถสัมผัสรอยกระแดดนั้นได้ เพราะรอยกระแดดที่ไม่มีสีเมื่อสัมผัสจะจะรู้สึกว่าผิวมีความหยาบกร้านและแห้งมาก รวมไปจนถึงบางคนอาจจะมีอาการคัน ปวดแสบร้อนร่วมด้วย และในผู้ป่วยบางคนนั้นก็อาจจะมีอาการริมฝีปากแห้ง และแตกง่ายเมื่อมีการสัมผัสกับแสงแดด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่บริเวณริมฝีปากล่าง เพราะฉะนั้นหากใครสังเกตเห็นความผิดปกติของผิวดังที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งคุณไม่ควรชะล่าและปล่อยไว้นานๆเพราะกระแดดนั้นเมื่อเป็นแล้วจะเป็นมากขึ้น ดังนั้นให้คุณรีบพบแพทย์ทันที

วิธีดูแลรักษากระแดด

การรักษากระแดดนั้นจะรักษาตามจำนวน ขนาด หรือความรุนแรงของรอย และหากมีการตรวจพบความผิดปกติของกระแดดตั้งแต่เนิ่นก็จะสามารถรักษาได้ดียิ่งขึ้น เพราะจะได้ทำการรักษาตั้งแต่ขั้นแรก ซึ่งวิธีการรักษากระแดดมีวิธีการรักษาดังนี้

1.การจี้ด้วยไฟฟ้า

เป็นวิธีที่จะทำให้รอยผิดปกติบนผิวหนังยุบลง โดยวิธีนี้จะใช้ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าจี้ไปที่บริเวณที่มีรอยดำจากกระแดด โดยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายมากสักหน่อย และอาจมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย

2.การเลเซอร์ผิวหนัง

การเลเซอร์ผิวหนังเป็นกระบวนการรักษาผิวที่จะช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น โดยการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปที่บริเวณผิวหนังที่มีความผิดปกติ ซึ่งหลังจากนั้นชั้นผิวหนังก็จะลอกออกทีละชั้นจนผิวกลับมามีความปกติ ทั้งนี้ก่อนทำจะต้องปรึกษาแพทย์ดูก่อน เพื่อพิจารณาว่าสามารถทำได้หรือไม่

3.การฉายแสงโฟไดนามิก

เป็นวิธีที่จะใช้สารละลายทาบริเวณที่ผิวมีปัญหาและโดยรอบบริเวณที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นก็จะใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปเพื่อที่จะทำลายเซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นให้กลับมามีสภาพผิวที่เป็นปกติดังเดิม ซึ่งวิธีนี้ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากเหมือนกัน เหมาะกับคนที่ต้องการรักากระอย่างเร่งด่วนเป็นอย่างมาก

4.รักษาโดยการใช้ยาเฉพาะที่

แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่ารอยกระแดดที่เกิดขึ้นนั้นสามารถรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง เมื่อดูแล้วไม่รุนแรงจนเกินไป แพทย์อาจจะใช้ยาทาบางชนิดซึ่งอาจจะเป็นครีมหรือเจลก็ได้แล้วแต่ที่แพทย์ได้ทำการวินิจฉัย เช่น ยาฟลูออโรยูราซิล ยาอิมิคิวโมด ยาเอนจีนอลเมบูเทด ยาไดโคลฟีแนค เป็นต้น แต่การรักษาโดยการใช้ยาดังกล่าวอาจจะมีผลข้างเคียงต่อผิวคือ จะทำให้ผิวมีรอยแดง แสบร้อน หรืออาจจะเป็นเกล็ดนาน 2-3 สัปดาห์ก็ได้

5.การจี้เนื้อเยื่อด้วยสารเคมี หรือความร้อน

สำหรับการรักษากระแดดด้วยวิธีนี้ ก็จะใช้กระแสไฟฟ้าหรือสารเคมีมาใช้จี้บริเวณที่มีรอยเพื่อที่จะได้ทำลายเซลล์ผิวหนังที่ได้รับผลกระทบนั้นด้วย

การป้องกันกระแดด

การป้องกันกระแดด สามารถทำได้ไม่ยาก ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน

ยิ่งช่วงกลางวันที่มีแดดจัดๆ คุณควรเลี่ยงการออกจากบ้านหรือสถานที่ที่คุณอยู่เพื่อป้องกันตัวเองจากแสงแดด และเพื่อไม่ให้แดดทำร้ายผิวเพราะการอยู่กลางแดดนานๆ จะทำให้ผิวไหม้ แต่หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้มาตรฐานก็สามารถออกแดดได้แต่ก็ควรป้องกันตัวเองจากแดดด้วยการสวมหมวก สวมเสื้อคลุมกันแดดด้วย

2.ปกปิดร่างกายด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม

หากคุณต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัดเป็นเวลานานคุณควรปกปิดร่างกายให้มิดชิดด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม อย่างเช่นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่มีความหนาพอที่จะปกปิดร่างกายจากสงแดดได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวโดนทำร้ายจากแดดนั่นเอง

3.ทาครีมกันแดด

การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30++ก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาทีจะช่วยปกป้องผิวของคุณให้ไม่โดนทำร้ายได้ และที่สำคัญคุณจะต้องไม่ลืมเลือก ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณไม่เป็นกระแดดได้อย่างแน่นอน

4.หากผิวหนังเกิดความผิดปกติให้พบแพทย์ทันที

คุณจะต้องหมั่นดูแลผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และหากเมื่อไหร่ที่สังเกตเห็นความผิดปกติของผิวหนัง ให้คุณรีบพบแพทย์ทันทีเพราะหากแพทย์ตรวจพบว่าคุณเริ่มมีความผิดปกติทางผิวหนังและแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นกระแดดก็จะสามารถรักษาได้ทัน

กระแดดนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกันแต่เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นกระแดดอย่างแน่นอน เพราะจากข้อมูลที่เรากล่าวไปข้างต้นไม่ว่าจะเป็นการรักษา การดูแลหรือแม้แต่การป้องกันนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ดังนั้นหากใครที่ไม่อยากให้ตัวเองต้องเผชิญกับปัญหากระแดด ก็ต้องหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีตลอดเวลา และเมื่อรู้ตัวว่าเป็นกระแดดให้รีบพบแพทย์ผิวหนังทันที เพื่อที่จะสามารถรักษาให้หายได้แต่เนิ่นๆนั่นเอง

บทความดีๆ จาก Ulthera