กระเนื้อ เกิดจากอะไร และวิธีรักษาป้องกัน

กระเนื้อ เกิดจากอะไร และวิธีรักษาป้องกัน

นอกจากกระสีน้ำตาล ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ก็ยังมีกระอีกชนิดหนึ่ง ที่มักพบในผู้สูงอายุ นั่นก็คือ กระเนื้อ นั่นเอง สำหรับกระเนื้อนี้ ก็เกิดมาจากความเจริญผิดปกติของผิวหนังส่วนบน ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ่มแบนๆ เป็นติ่งเนื้อแบนๆ เกิดขึ้นมา เมื่อลองใช้นิ้วลูบดู จะพบว่ามีความคลาสสิก อีกทั้งยังสามารถมีสีที่แตกต่างกันได้อีกด้วย โดยจะมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน, สีน้ำตาลเข้มและสีดำเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของขนาดนั้น ก็มีตั้งแต่จุดเพียงเล็กๆ เท่านั้น หรืออาจเป็นติ่งเนื้อที่งอกออกมาขนาดใหญ่ หลายเซนติเมตรเลยก็ได้ แต่ก็อาจจะพบไม่มากเท่าไหร่นัก สำหรับกระเนื้อนี้มีจุดสังเกตง่ายๆ ก็คือ จะมีคล้ายตุ่มแปะอยู่ที่ผิวหนัง เมื่อลองดึงก็จะพบว่าค่อนข้างเจ็บ และไมใช่ว่าดึงออกได้ง่ายๆ นัก ถ้าฝืนดึงออกแบบแรงๆ ก็จะเลือดไหลอีกต่างหาก

ซึ่งกระเนื้อนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ เพราะว่านอกจากจะทำให้เกิดความไม่สวยงามบนผิวหนังแล้ว หลายๆคน ก็เกิดความกังวลว่า เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว จะส่งผลต่อโรคผิวหนังอันใด ในภายภาคหน้าหรือไม่ หรือจะก่อให้เกิดเป็นมะเร็งหรือไม่ วันนี้เรานำคำตอบมาฝากคุณผู้อ่านแล้วค่ะ

กระเนื้อ 

สำหรับการเกิดขึ้นเองของกระเนื้อนี้ มักจะพบได้มาก ในกลุ่มบุคคลที่มีอายุมากขึ้น หากแต่ก็จะสามารถพบได้ ในระดับที่เพียงเล็กน้อย ประปราย เป็นจุดขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยิ่งมีอายุมากขึ้น ทำให้กระเนื้อนั้น ก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้น อีกทั้งยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ที่เกิดขึ้นตามอายุขึ้นมานั่นเอง แต่บางครั้งก็อาจจะพบมาก ในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ จากการให้ยาฮอร์โมนบางตัว เพราะฉะนั้นในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็สามารถกล่าวได้ว่าฮอร์โมนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้เกิดกระเนื้อได้อีกด้วย

กระเนื้อ สามารถเกิดขึ้นที่ไหน ในร่างกายได้บ้าง

โดยกระเนื้อ สามารถพบได้มาก ในบริเวณหน้าอก, ใบหน้า, ต้นคอ รวมทั้งหนังศีรษะ หากแต่อย่างไรก็ตาม เจ้ากระนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกตำแหน่งของร่างกายเลยทีเดียว ในช่วงแรกของการเกิดขึ้นมา จะมีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อนเท่านั้น หากแต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป ก็จะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น มีลักษณะนูน กลม หากแต่เมื่อเป็นมากยิ่งขึ้น สีก็จะเปลี่ยนไปกลายเป็นสีเข้ม อีกทั้งเมื่อลองลูบดูก็จะพบว่า ผิวบริเวณนั้น มีความสากมากค่ะ และจะยิ่งสากมากยิ่งขึ้นๆ ไม่เรียบเนียนอย่างที่เคยเป็นมา

กระเนื้อเกิดจากอะไร?

ในปัจจุบันนี้ ในวงการทางการแพทย์ ก็ยังไม่อ่านหาสาเหตุอันแน่ชัด ในการเกิดกระเนื้อได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีทฤษฎีหลายปัจจัย ที่ออกมารองรับ กับคำถามในข้อนี้นั่นก็คือ…

เมื่อเธอมีอายุเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป มีการเสื่อมลง และกระเนื้อนี้ ก็จะปรากฏขึ้นมาเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นจำนวนถึง 90 % เลยทีเดียว ส่วนในผู้ใหญ่วัยกลางคนช่วงอายุ 30-40 ปี บางคนก็สามารถพบเจอกับปัญหานี้ได้ค่ะ โดยกระเนื้อนี้เกิดขึ้นในอัตราการเกิดระหว่างผู้ชายและผู้หญิง จากการตรวจสอบพบว่า มีค่าเท่ากัน แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยพบในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเท่าไหร่นัก

  • พันธุกรรม ถ้าคนในครอบครัวของคุณ เคยมีประวัติว่าเคยเป็นกระเนื้อมาก่อน ก็จะทำให้มีโอกาสในการที่คุณหรือลูกหลานเป็นกระเนื้อได้มากกว่าบุคคลทั่วไป กับครอบครัวที่ไม่เคยมีประวัติ ในเรื่องกล้ามเนื้อ ซึ่งก็มาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมนี่เอง
  • แสงแดด สำหรับคนที่เผชิญแสงแดดบ่อยครั้ง ในแต่ละครั้งนั้น หรือมีการเผชิญหน้าเป็นเวลานาน หรือจะทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ อยู่เสมอ ก็จะทำให้เกิดเป็นกระเนื้อได้เพิ่มมากขึ้น
  • อื่นๆ เช่น โรคผิวหนัง, การติดเชื้อไวรัส, การกลายพันธุ์ของยีน เป็นต้น

การรักษากระเนื้อ

สำหรับการรักษากระเนื้อ ในปัจจุบันนี้ สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่…

  • การจี้ด้วยไฟฟ้า เริ่มจากผู้เข้ารับบริการ จะต้องทายาชาในบริเวณ ที่ต้องการกำจัดกระเนื้อ เมื่อยาชาออกฤทธิ์ดีแล้ว หลังจากนั้น ก็จะทำการจี้กระเนื้อ ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า ต่อมาเมื่อกระออกไปแล้ว ก็จะทำการขูดเนื้อเยื่อในบริเวณที่จี้ออกไป สำหรับวิธีนี้ได้ผลดีมาก และบริเวณที่ขูดไปก็จะหายเองภายในระยะเวลา 1 อาทิตย์เท่านั้น
  • สารเคมี สำหรับวิธีนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาแต่อย่างใด หากแต่ว่าผู้เข้ารับบริการก็อาจจะรู้สึกแสบบ้าง ในตำแหน่งที่ทำการจี้ โดยการจี้นั้นจะทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นตาย อีกทั้งยังออกไปจนหมด หากแต่ข้อเสียก็คือ ถ้ากระของคุณนั้น ถูกฝังตัวอยู่เป็นเวลานานแล้ว จะมีขนาดใหญ่มากและมีสีเข้ม ก็อาจจะหลุดออกไม่เกลี้ยงทำให้ต้องจี้หลายครั้ง
  • ไนโตรเจนเหลว สำหรับวิธีนี้ จะส่งผลลัพธ์ทำให้เกิดตุ่มน้ำพองขึ้นได้ หลังจากที่ทำการรักษาเสร็จ แต่ถ้าคุณรักษาแผลให้ดี ไม่ไปยุ่งกับแผล ปล่อยให้ร่างกายดำเนินกระบวนการรักษา ก็จะเป็นแผลแห้งตกสะเก็ด พร้อมทั้งหลุดออกไปเองภายในระยะเวลา 2-3 อาทิตย์ ส่วนข้อเสีย ก็คือ อาจทำให้เกิดรอยกระดำกระด่าง หรือรอยขาวรวมทั้งรอยแผลเป็นในตรงจุดที่จี้ออกไปได้ แต่ตามรอยด่างดำ หรือรอยต่างๆ ก็จะสามารถจางหายไปเองได้ หากแต่ก็ต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่งการที่คุณจะใช้วิธีไหน ก็ขั้นอยู่กับการวิเคราะห์ของคุณหมอ เพราะอย่างที่บอกว่าการเกิดกระนั้นไม่เหมือนกัน และผิวหนังของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน ทำให้การรักษาแตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง

กระเนื้อพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่ ?

ข้อสังเกต ก็คือ ถ้ากระเนื้อนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนน่าแปลกใจ พร้อมทั้งถ้าไม่ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกังวลมากเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตามกระเนื้อนี้ จะมีการเจริญเติบโตอยู่แล้ว อีกทั้งยังจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งคุณก็จะต้องสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ให้ดีๆ และถ้ากระเหล่านี้ปรากฏ อยู่ในบริเวณที่กระทบกระเทือนง่าย หรือคุณเกิดความรำคาญ เกิดอาการคัน จนกระทั่งอดใจไม่ไหว ไปแกะเกาอย่างรุนแรง จนกระทั่งทำให้เกิดเลือดออก แนะนำให้คุณทำการรักษาจะดีกว่า

นอกจากนี้กระเนื้อที่มีสีดำเข้ม ทำให้แยกยากจากมะเร็งผิวหนังบางชนิด เพราะฉะนั้นอย่าวางใจ ในกรณีนี้คุณควรปรึกษาคุณหมอผิวหนัง เพื่อคลายความกังวลพร้อมทั้งเขารับการวินิจฉัยตลอดจนทำการรักษาที่ถูกต้อง โดยคุณต้องทำความเข้าใจกับ มะเร็งผิวหนังบางชนิดเสียก่อน เยื้อจากบางครั้งการแยกกระเนื้อนั้น ค่อนข้างมีความยาก อีกทั้งถ้ากระนั้น มีความเจริญเติบโตเร็วมาก เกิดแผล เกิดเลือดออกซิบๆ หรือเกิดอาการผิดปกติอื่นใดก็ตาม อย่างนิ่งนอนใจ ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที

การป้องกันกระเนื้อ

อย่างที่เราได้กล่าวไว้แล้วว่า ในส่วนของสาเหตุในการเกิดขึ้นของกระเนื้อนั้น ยังไม่อาจฟันธงได้ 100% เพราะฉะนั้นวิธีป้องกันที่ทำได้และดีที่สุด ในตอนนี้ ก็คือ เรื่องของแสงแดด พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย ทาครีมกันแดด หรือพยายามหลบเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด ครีมกันแดดที่ใช้นั้นจะต้องมี SPF 50 หรือถ้าได้มากกว่านี้ก็ดี เพื่อที่จะเสริมสร้างทางด้านการป้องกันให้ได้มากที่สุด ส่วนในเรื่องของพันธุกรรมนั้น เป็นเรื่องที่เราไม่อาขจัดการอันใดกับเรื่องนี้ได้เลย หากแต่การหลีกเลี่ยงจากสิ่งเร้า ก็จะทำให้คุณมีผิวที่ดีขึ้นได้

และนี่ก็คือความรู้ที่เกี่ยวกับกระเนื้อ ที่คุณผู้อ่านคงคลายความสงสัยกันไปได้บ้างแล้ว  เมื่อรู้อย่างนี้จะจัดการกับเจ้ากระเนื้ออย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณผู้อ่านกันแล้ว การกำจัดกระเนื้อก็เป็นเรื่องดี ตรงที่จะได้เช็คสุขภาพผิวหนังไปพร้อมๆ กันเลย เป็นการป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ค่ะ